สู้เสือตอบกลับ ไม่กล้าหันไปมององค์รัชทายาทที่กำลังหน้าบึ้งอยู่ข้างล่าง
“ในเมื่อนางอยู่ต่อ เช่นนั้นข้าก็จะอยู่ในวังด้วย” เซวียนหยวนโม่เจ๋อทิ้งวาจาไว้อย่างเย็นชา จากนั้นก็หันกายจูงมือเฟิ่งจิ่วเดินจากไป
จวบจนทั้งสองเดินห่างออกไป จักรพรรดิบนที่นั่งประธานจึงค่อยเงยหน้าขึ้น ยามมองเงาร่างที่เดินจากไปพร้อมกันของพวกเขา มองดูโอรสของตนเองจูงมือเฟิ่งจิ่ว ท่าทางราวกับกำลังปกป้อง นัยน์ตาเขามีแววทอดถอนใจพาดผ่านอย่างอดไม่ได้
บุตรชายเติบโตแล้ว มีสตรีที่ตนอยากปกป้องแล้ว…
ทว่า สิ่งที่กล่าวออกมากลับเป็นการแค่นเสียงเอ่ยว่า “นิสัยร้ายเหมือนวัวไม่มีผิด”
ผู้ติดตามที่อยู่ด้านข้างก้มหน้างุด ไม่กล้ารับคำ
อีกด้านหนึ่ง รัชทายาทกับองค์หญิงชื่อสุ่ยที่นั่งอยู่ในสวนดอกไม้สีหน้าไม่ค่อยดีนัก หลังนิ่งเงียบอยู่นาน องค์หญิงอิ๋งเสวี่ยถามอย่างเจ็บใจว่า “เสด็จพี่ พวกเราจะยอมปล่อยไปอย่างนี้หรือเพคะ?”
รัชทายาทชื่อสุ่ยเหลือบมองนาง “เจ้าคิดว่าเรามีปัญญาต่อกรกับคนของเซวียนหยวนหรือ?” เขาลุกขึ้นยืน เอามือไพล่หลังเดินออกจากศาลา “ถึงพวกเราเองจะเป็นหนึ่งในแปดจักรวรรดิใหญ่ แต่ในจักรวรรดิเองก็มีการแบ่งระดับแข็งแกร่งและอ่อนแอ หากเซวียนหยวนไม่ได้แข็งแกร่งมาก จะกล้าไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตาเช่นนี้หรือ? เรื่องนี้แม้เสด็จพ่อจะอยู่ที่นี่ด้วยก็ต้องยอมให้พวกเขา ในโลกใบนี้ผู้แข็งแกร่งเป็นใหญ่ เรื่องนี้เจ้าเองก็ใช่ว่าจะไม่รู้”
“แต่จะให้กล้ำกลืนโ