ไม่ได้ปรากฏขึ้นไปถึงดวงตา
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นพวกหม่อมฉันขอตัวกลับไปพักผ่อนก่อน”
รัชทายาทชื่อสุ่ยกล่าว ลุกขึ้นแล้วหันไปประสานมือให้จักรพรรดิบนที่นั่งประธาน “แม้องค์จักรพรรดิจะนำยาฟื้นสภาพวิญญาณระดับหกมาให้กระหม่อมกินแล้ว แต่เรื่องนี้หากไร้คำอธิบาย จักรวรรดินทีแดงของเราไม่ยอมง่ายๆ แน่พ่ะย่ะค่ะ”
จักรพรรดิขมวดคิ้ว จ้องมองเขา เสียงพูดที่ราวกับสายฟ้าดังขึ้นในตำหนักทันที “นี่เจ้ากำลังขู่ข้าหรือ? หากคนของข้าดูไม่ผิด องค์รัชทายาทชื่อสุ่ยถูกทำร้ายจนหายใจรวยริน ข้าต้องเอายาฟื้นสภาพวิญญาณระดับหกออกมาช่วยเจ้า และก็เหมือนจะเป็นเจ้าเองที่ไปแตะต้องคนที่ไม่ควรแตะต้อง หาเรื่องคนที่ไม่ควรหาเรื่อง ทำไมรึ? หรือสตรีข้างกายรัชทายาทแห่งจักรวรรดิเซวียนหยวนเรา ใครนึกจะแตะต้องก็แตะต้องได้ อยากฉีกทึ้งเสื้อผ้าก็ฉีกทึ้งได้? จักรวรรดินทีแดงของพวกเจ้ามีความชอบเช่นนี้ด้วยหรือ?
เหอะ! ข้าอ่อนข้อให้เจ้าสามส่วน พวกเจ้ายังไม่พอใจอีก? กล้าข่มขู่ข้ารึ? เช่นนั้นก็กลับไปบอกเสด็จพ่อพวกเจ้าให้มาคุยกับข้า! ข้าอยากรู้นักว่าหากเขารู้เรื่องเข้า จะมีหน้ามาที่จักรวรรดิเซวียนหยวนของเราหรือไม่!”
ครั้นเห็นองค์จักรพรรดิบอกจะแตกหักก็แตกหักกันเลย และได้ยินวาจาไร้ความปรานีนั้นดังก้องไปทั่วตำหนักใหญ่ องค์รัชทายาทชื่อสุ่ยกับองค์หญิงสามอับอายจนโมโห ทั้งยังเจ็บใจ
ไหนว่าจะให้คำอธิบายกับพวกเขา? ไม่นึกว่าจู่ๆ ก็จะเปลี่ยนท่าทีเลยเช่นนี้