ียนหยวนโม่เจ๋อต้องตาจะเป็นสตรีที่มีรูปโฉมเช่นไรกันแน่? เขาคิดว่า เซวียนหยวนโม่เจ๋อต้องไม่ใช่คนฉาบฉวยที่จะมองแค่ใบหน้าของสตรีนางนี้แน่ เช่นนั้น ตัวนางต้องมีจุดที่น่าดึงดูดยิ่งกว่าซ่อนอยู่แน่นอน
สายตาคมปลาบขององค์จักรพรรดิละไปจากตัวเฟิ่งจิ่ว หันไปมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อ ก่อนตบฝ่ามือลงบนที่วางแขนจนเกิดเสียงดังตึง ตามมาด้วยเสียงตวาดที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวดังไปทั่วตำหนัก
“ฮึ! ข้าบอกให้เจ้าพารัชทายาทชื่อสุ่ยกับองค์หญิงไปล่าสัตว์ไม่ใช่หรือ ข้าไม่ได้บอกให้เจ้าพาพวกเขาไปเที่ยวเล่นให้สนุกเต็มที่แล้วค่อยกลับมาหรือ? ไม่นึกว่าเจ้าจะให้รัชทายาทชื่อสุ่ยขี่ม้าเข้าไป ยามกลับมาก็ถูกคนหามออกมาเช่นนี้? เจ้าเห็นคำพูดของข้าเป็นเพียงลมปากหรือ?”
ทั้งที่เป็นการตวาดด้วยความโกรธ แต่ครั้นได้ยินองค์จักรพรรดิบอกว่าขี่ม้าเข้าไป กลับถูกคนหามออกมา เหล่าองครักษ์ที่ยืนคุ้มกันอยู่รอบตำหนักอดไม่ได้ที่จะเม้มปาก ก้มหน้าลงพลางกลั้นหัวเราะไว้
ส่วนองค์รัชทายาทชื่อสุ่ยได้ยินประโยคนั้นจึงหันไปมองจักรพรรดิตรงตำแหน่งประธานแวบหนึ่ง รู้สึกว่าอีกฝ่ายจงใจทำ จึงอดชักสีหน้าไม่ได้ ค่อนข้างเหลืออด
รัชทายาทชื่อสุ่ยผู้ทรงเกียรติไปล่าสัตว์ สุดท้ายกลับถูกคนหามออกมาจากข้างใน หากเรื่องนี้แพร่กลับไปถึงจักรวรรดิ เขาก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน แต่จักรพรรดิผู้นั้นกำลังตำหนิเซวียนหยวนโม่เจ๋อ เขากลับพูดอะไรไม่ได้สักคำ เพราะเรื่องที่อีกฝ่ายพูดล้วน