” ฮุยหลางถาม เขาจำได้ว่าตอนนั้นรัชทายาทชื่อสุ่ยนอนแน่นิ่งบนพื้นไม่ขยับสักนิด
“ไม่ตาย แต่บาดเจ็บไม่น้อยเลย อวัยวะภายในล้วนได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งกระดูกซี่โครงหักไปหลายท่อน เดาว่าแม้ได้ยาดีอีกแค่ไหน ก็ต้องนอนติดเตียงไปอีกเดือนสองเดือน” เอ่ยถึงตรงนี้ เขาถอนหายใจพลางส่ายหน้า “เรื่องนี้หากจัดการไม่ดี ต้องกลายเป็นเรื่องวุ่นวายแน่”
“วางใจเถิด มีนายท่านอยู่ไม่เป็นไรหรอก อีกอย่าง หากจะสืบสาวราวเรื่องจริงๆ ก็เป็นฝ่ายรัชทายาทชื่อสุ่ยที่ทำไม่ถูกต้อง” ฮุยหลางกล่าว “ข้าเข้าไปดูพวกนายท่านก่อน” เอ่ยแล้วก็ไหวกายตรงเข้าไปด้านใน
ในเขตเรือนหลัก เซวียนหยวนโม่เจ๋ออาบน้ำเสร็จแล้ว ก็เปลี่ยนไปใส่ชุดคลุมยาวตัวใหม่ จากนั้นนั่งรอเฟิ่งจิ่วอยู่ข้างโต๊ะหินในลานบ้าน ประมาณครึ่งชั่วยามต่อมา ประตูเรือนเปิดออก เขาหันหน้าไปมอง นัยน์ตาดำขลับลึกล้ำมีประกายแสงพาดผ่านอย่างอดไม่ไหว
เห็นเพียงประตูเรือนถูกเปิดออก นางที่สวมชุดกระโปรงสีแดงเจิดจ้าก้าวออกมาอย่างแช่มช้า ดวงหน้างดงามแฝงไว้ด้วยมนตร์เสน่ห์เฉพาะตัว รอยยิ้มเย้ายวนบนริมฝีปากน่าหลงใหลปานภูตสาว ในนัยน์ตาที่สงบนิ่งและเจ้าเล่ห์แฝงไว้ด้วยประกายแห่งความมั่นใจ ทุกครั้งที่ขยับคิ้วหรือระบายยิ้มล้วนอบอวลไปด้วยเสน่ห์ชวนลุ่มหลง ทุกอิริยาบถแสดงถึงบุคลิกสูงส่งสง่างามไร้ใครเทียม
สายตาของเซวียนหยวนโม่เจ๋อเลื่อนจากชายกระโปรงที่กำลังพลิ้วไหวขึ้นมาข้างบน มองผ่านเอวบางคอดที่ผูกผ้าคาดเอวไว้