เฟิ่งจิ่วรับคำ หยิบขนมชิ้นหนึ่งขึ้นมากิน และหยิบอีกชิ้นยื่นให้เขา
รถม้าค่อยๆ มุ่งหน้าไปยังวังหลวง อิ่งอีกับฮุยหลางติดตามอยู่ข้างซ้ายและข้างขวาของรถม้า กระทั่งมาถึงถนนใหญ่ เซวียนหยวนโม่เจ๋อเลิกผ้าม่านหน้าต่างขึ้นแล้วเหลือบมองข้างนอกแวบหนึ่ง กล่าวว่า “จอดรถม้าไว้ข้างทาง ฮุยหลาง ไปซื้อผ้าปิดหน้าสีแดงกลับมาสักสองสามผืน”
“ขอรับ” ฮุยหลางแม้จะงงงัน แต่ก็รับคำ จากนั้นจึงไปซื้อผ้าปิดหน้าสีแดงจากร้านขายของข้างถนนใหญ่มาสองสามผืน ไม่นานก็กลับมาที่ข้างรถม้า ยื่นผ้าปิดหน้าสีแดงที่ซื้อมาเข้าไปด้านใน “นายท่าน ได้ผ้าปิดหน้ามาแล้วขอรับ”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อรับมายื่นให้เฟิ่งจิ่ว “ผืนอื่นเจ้าเก็บไว้ ภายหน้าออกไปข้างนอกก็ใช้ปิดบังใบหน้าได้ ผูกผืนนี้ไว้ก็พอแล้ว”
“ได้” เฟิ่งจิ่วยิ้มรับคำ เก็บผืนอื่นไว้ เหลือไว้ในมือเพียงผืนเดียว เธอยิ้มถามว่า “ท่านไม่คิดว่าผูกผ้าปิดหน้าแล้วจะยิ่งดูลึกลับ ยิ่งทำให้เป็นจุดสนใจหรือ?”
“อย่าให้ใครเห็นหน้าเจ้า เช่นนี้ต่อไปเวลาเจ้าเดินทางอยู่ข้างนอกจะได้ปลอดภัยหน่อย” เขาเอ่ยพลางรินน้ำให้เธอแก้วหนึ่ง “พอไปถึงในวังเจ้าไม่ต้องห่วง มีข้าอยู่ด้วย จะไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้น”
“อืม”
เธอตอบรับยิ้มๆ แล้วถามอย่างค่อนข้างสนใจ “เสด็จพ่อของท่านปฏิบัติต่อท่านเช่นไร ความสัมพันธ์ระหว่างพวกท่านพ่อลูกเป็นอย่างไรบ้าง?”
ได้ยินเช่นนั้น เขาชะงักไปเล็กน้อย กล่าวว่า “ไม่ถึงกับดี แต่ก็ไม่ได้แย่นัก ในภาพจำ สิ่