ียงของข้าก็ไม่แหบแล้ว”
เขามองนางอย่างเอาใจ รู้ว่าขัดใจนางไม่ได้ อีกทั้งบางครั้งติดตามนางก็ได้ประโยชน์จริงๆ เขาจึงยินดีมาติดตาม
“เอาละ ไปกันเถอะ! ไปดูเสียหน่อยว่าผู้หญิงคนนั้นจะเกี้ยวพานายท่านของเจ้าเช่นไร” สองขาของเฟิ่งจิ่วกระทุ้งท้องม้า ไล่ตามพวกเขาข้างหน้าไป
ฮุยหลางเห็นแล้วฉีกยิ้ม “เจ้าอย่ารีบร้อนไป อย่างไรนางก็ไม่เข้าตานายท่านของข้าหรอก”
เฟิ่งจิ่วได้ยินก็ยกมุมปากเล็กน้อย คลี่ยิ้มขึ้นมา ไม่นานนัก เบื้องหน้าก็เห็นเซวียนหยวนโม่เจ๋อง้างคันธนูเล็งกวางด่างตัวหนึ่งที่ซ่อนอยู่หลังต้นไม้และโผล่ออกมาเพียงครึ่งตัว ทันทีที่ดึงสายและปล่อยมือ ลูกศรก็พุ่งออกไป
ได้ยินแต่เสียงคมมีดวาดผ่านอากาศ จากนั้นยิงเข้าหัวของกวางด่างอย่างแม่นยำด้วยพลังดุดันรุนแรง เสียงร้องเหมือนม้าดังขึ้นมา ก่อนที่กวางด่างตัวนั้นจะล้มลงไป
เฟิ่งจิ่วเห็นแล้วดวงตาเป็นประกาย ตอนกำลังจะปรบมือร้องชม ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคนข้างหน้าดังขึ้นมาก่อนเธอก้าวหนึ่ง
“ดี! รัชทายาทฝีมือยิงธนูยอดเยี่ยมนัก!”
ดวงตาขององค์หญิงอิ๋งเสวี่ยมองชายหนุ่มในชุดคลุมดำด้วยความชมชอบ แม้เขาเคยกล่าวปฏิเสธนางซึ่งๆ หน้าอย่างไร้เยื่อใย แต่ผู้ชายที่โดดเด่นเช่นนี้ ต่อให้เขาปฏิเสธแล้วอย่างไร? ก็ยังไม่อาจหยุดหัวใจของนางที่เต้นระรัวเพราะเขา และความรู้สึกรักใคร่ที่นางมีต่อเขาได้
เฟิ่งจิ่วเห็นเช่นนี้ก็เบ้ปาก ผู้หญิงคนนี้จับจ้องผู้ชายของเธอ เห็นชัดว่าโดนปฏิเสธไปแล้ว ก็ยัง