กไปนิด ลังเลเล็กน้อย ล่าสัตว์รึ? อีกสองวันสภาพร่างกายของพี่ชายรัชทายาทจะไปล่าสัตว์ได้หรือ? ถึงจะกังวลใจ แต่กลับไม่กล้าบอกปัดตรงๆ ฉะนั้นจึงหันไปมองผู้เป็นพี่ชายที่อยู่บนเตียง
“ในเมื่อองค์รัชทายาทเซวียนหยวนเชื้อเชิญ ข้าย่อมต้องไปด้วยอยู่แล้ว” รัชทายาทชื่อสุ่ยที่นอนอยู่บนเตียงเอ่ย พยักเพยิดให้องครักษ์ที่อยู่ข้างเตียงประคองเขาลุกขึ้นมา เมื่อลุกขึ้นมานั่งพิงหัวเตียง จึงค่อยหันไปมองเฟิ่งจิ่วที่แต่งกายชุดข้ารับใช้ยืนอยู่ข้างเซวียนหยวนโม่เจ๋อ และถามว่า “ไม่ทราบว่าท่านนี้ทำหน้าที่ใดอยู่ข้างกายองค์รัชทายาทหรือ?”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อชำเลืองมองเฟิ่งจิ่วที่อยู่ข้างๆ กัน ตอบว่า “เขาเป็นผู้ติดตามของข้า”
“ที่แท้ก็เป็นผู้ติดตาม ไม่ทราบองค์รัชทายาทจะยอมตัดใจจากสิ่งที่รักได้หรือไม่? ข้ายอมใช้สมบัติล้ำค่าสิบกล่องแลกกับข้ารับใช้ผู้นี้” เขาจ้องเฟิ่งจิ่วเขม็ง เพราะเขามั่นใจว่าที่ตนเองนอนไร้เรี่ยวแรงอยู่บนเตียงเช่นนี้ จะต้องเป็นอุบายของข้ารับใช้คนนี้แน่!
เซวียนหยวนโม่เจ๋อที่ได้ยินวาจาของเขา สีหน้าบึ้งตึงทันที กลิ่นอายรอบกายแปรเปลี่ยนเป็นแรงกดดัน ประดุจราชสีห์ตัวผู้ที่กำลังโกรธเกรี้ยว สายตาลึกล้ำคมปลาบพร้อมด้วยความเย็นยะเยือกจ้องตรงไปยังรัชทายาทชื่อสุ่ย แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ไม่เพียงทำให้ร่างกายอ่อนแอขององค์รัชทายาทแทบทนรับไม่ไหว แม้แต่บรรยากาศข้างในนี้ก็ยังแปรเปลี่ยนเป็นกดดัน อากาศราวกับ