แข็งค้างกลายเป็นน้ำแข็ง แม้จะหายใจก็ยังรู้สึกยากลำบาก
เพราะแรงกดดันที่ทรงพลังกระจายไปทั่วเรือนปีกข้างห้องนี้ ชายวัยกลางคนชุดเทาสองคนข้างกายรัชทายาทชื่อสุ่ยจึงก้าวออกมายืนขวางอยู่ข้างเตียง ปิดกั้นแรงกดดันเหล่านั้นไม่ให้กระทบถูกร่างของรัชทายาทชื่อสุ่ยที่กำลังหน้าซีดเผือด และปกป้องเลือดลมที่กำลังพลุ่งพล่านในกายของเขา
“ครั้งหน้าก่อนที่จะพูดอะไรออกมา องค์รัชทายาทชื่อสุ่ยควรไตร่ตรองให้ดีก่อนจะดีกว่า” เซวียนหยวนโม่เจ๋อจ้องเขาด้วยสายตาเย็นชา “คนข้างกายของข้า มิใช่ใครที่ไหนจะมาดูถูกก็ได้”
ได้ยินดังนั้น รัชทายาทชื่อสุ่ยหน้าเปลี่ยนสี วาจาหยั่งเชิงประโยคเดียวของเขาก็ทำให้เขาเป็นได้ถึงขนาดนี้ ดูก็รู้ว่าคนคนนี้ไม่ได้เป็นแค่ข้ารับใช้หรือคนสนิทธรรมดาแน่ เพราะในน้ำเสียงของฝ่ายตรงข้าม เขาสัมผัสได้ถึงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของที่ทั้งเผด็จการและแข็งกร้าวของบุรุษ
“องค์รัชทายาท เสด็จพี่รัชทายาทของหม่อมฉันไม่ได้หมายความเช่นนั้น” องค์หญิงอิ๋งเสวี่ยเอ่ยปากคลี่คลายสถานการณ์ “เขาเพียงเอ่ยหยอกล้อเท่านั้นเพคะ”
ทว่า รัชทายาทชื่อสุ่ยกลับยิ้มกล่าว “ไม่ ข้าไม่ได้กำลังหยอกเล่น ข้าสนใจในตัวข้ารับใช้ผู้นี้จริงๆ แต่ในเมื่อพระองค์ไม่ยอมตัดใจทิ้งของรักก็ช่างเถิด ได้ยินมาว่าข้างกายรัชทายาทเซวียนหยวนมีผู้มีความสามารถมากมาย เพียงแต่ไม่คาดคิดว่าข้าจะโชคดีมีโอกาสได้รับการชี้แนะจากเขาสักครั้งด้วย”
ครั้นเอ่ยถึงประโยคสุดท้าย สายตา