องผู้เหนือกว่าพุ่งตรงไปยังเซวียนหยวนโม่เจ๋อพร้อมกับกลิ่นอายน่าพรั่นพรึงที่แข็งแกร่ง
“ข้าบอกว่า การแต่งงานของข้า ข้าจัดการเองได้พ่ะย่ะค่ะ” เขาพูดอีกครั้ง น้ำเสียงมั่นคงและแข็งกร้าว ไม่มีความคิดอ่อนข้อแม้แต่น้อย
หลังได้ยินเช่นนั้น เพลิงโทสะพลุ่งพล่านในอกขององค์จักรพรรดิ แต่กลับไม่อาละวาด เขาข่มกลั้นความโกรธในใจไว้พลางจ้องเงาร่างที่ยืนตัวตรงอยู่ด้านล่าง บุตรชายของเขาคนนี้ไม่ว่าด้านไหนล้วนเป็นเลิศ เขาเชื่อว่าความสำเร็จในภายหน้าของเซวียนหยวนโม่เจ๋อจะยิ่งเหนือกว่าตัวเอง ด้วยเหตุนี้ เขาจึงรู้ว่าหากใช้ไม้แข็งด้วยต้องไม่ได้ผลแน่นอน
ฉะนั้นเขาจึงคลายเพลิงโทสะในใจลง แล้วถามเสียงแช่มช้า “จัดการเรื่องแต่งงานเอง หรือเจ้ามีคนในใจแล้ว? เป็นองค์หญิงของแคว้นใด หรือบุตรีของตระกูลสูงศักดิ์ใด? หรือว่าเป็นผู้มากพรสวรรค์ของตระกูลไหน?”
“เรื่องนี้ ภายหน้าเสด็จพ่อจะทราบเองพ่ะย่ะค่ะ” เขาไม่คิดจะบอกเรื่องเฟิ่งจิ่วให้บิดารู้ตอนนี้ ตั้งแต่ที่บิดาเขามีเจตนาแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับราชวงศ์ชื่อสุ่ย เขาก็รู้แล้วว่าไม่อาจพาเฟิ่งจิ่วมาเข้าเฝ้าได้ ไม่เช่นนั้น ทันทีที่บิดาเขารู้ฐานะของเฟิ่งจิ่ว จะต้องสังหารนางแน่
เห็นดังนั้น แววตาของจักรพรรดิไหวระริก เขาโบกมือกล่าวว่า “ช่างเถิด ในเมื่อเจ้าไม่พูด พ่อก็จะไม่บังคับเจ้า ข้าเชื่อว่าเจ้าคิดไว้แล้ว สตรีที่เจ้าต้องตาอย่างไรก็คงไม่ย่ำแย่มากนัก แต่เจ้าต้องรู้ไว้ เจ้ามีเกียรติเป็นถ