ึงรัชทายาทเซวียนหยวน อยู่ใต้คนผู้เดียวอยู่เหนือคนนับหมื่น ฐานะของเจ้าไม่มีผู้ใดเทียบเคียงได้ สตรีผู้นั้นที่จะยืนอยู่ข้างเจ้าได้ จำต้องโดดเด่นเหนือผู้ใดเช่นกัน ไม่เช่นนั้น ไม่ใช่แค่เจ้าที่จะขายหน้า แต่หมายถึงทั้งจักรวรรดิเซวียนหยวนของเราด้วย”
“ลูกทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เซวียนหยวนโม่เจ๋อรับคำ ก่อนกล่าว “หากไม่มีเรื่องใดแล้ว ข้าขอทูลลาก่อน” เอ่ยจบก็หันกายเตรียมจะจากไป
“เดี๋ยวก่อน”
องค์จักรพรรดิเรียกเขา ถามว่า “ข้าได้ยินว่าข้ารับใช้คนหนึ่งในจวนเจ้าเป็นที่โปรดปรานของเจ้านัก? ถึงขั้นออกไปเที่ยวเล่นกับข้ารับใช้ แต่ทิ้งรัชทายาทกับองค์หญิงแห่งชื่อสุ่ยไว้ที่จวน? มีเรื่องนี้จริงหรือ?”
“เสด็จพ่อทราบข่าวไวนักพ่ะย่ะค่ะ” เขามององค์จักรพรรดิแวบหนึ่ง ใบหน้าเฉยชาไม่บ่งบอกอารมณ์ “คนผู้นั้นไม่ใช่ข้ารับใช้แต่อย่างใด เขาเคยช่วยชีวิตข้าไว้ครั้งหนึ่ง วันก่อนมาเยือนเมืองหลวง ข้าจึงเดินชมเมืองเป็นเพื่อนเขา ส่วนรัชทายาทและองค์หญิงแห่งชื่อสุ่ย เชื่อว่าเสด็จพ่อคงทราบข่าวแล้ว พวกเขาไม่ค่อยสบายเพราะมาอยู่ต่างถิ่น วันนี้อาการถึงเพิ่งดีขึ้นเล็กน้อย”
ได้ยินเช่นนั้น องค์จักรพรรดิเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจึงกล่าวว่า “ข้ากำหนดแล้วว่าอีกสองวันให้ไปล่าสัตว์ในป่าเก้าชั้น ถึงยามนั้นรัชทายาทกับองค์หญิงแห่งชื่อสุ่ยก็จะไปด้วย เจ้าเป็นตัวแทนพ่อดูแลพวกเขาให้ดี ให้พวกเขาเล่นได้อย่างสำราญเต็มที่ ในเมื่อข้ารับใช้คนนั้นเป็นผู้มีพระคุณช่วย