แล้วยิ้มถามว่า “ไม่ทราบว่าองค์รัชทายาทกับคุณชายน้อยท่านนี้จะรับอะไรดีขอรับ?”
เขาเคยพบเห็นผู้คนมานักต่อนัก เวลานี้หากยังไม่รู้ว่าข้ารับใช้คนนี้ไม่ใช่ข้ารับใช้ธรรมดา เขาก็ใช้ชีวิตมาอย่างเปล่าประโยชน์แล้ว หากมองไปทั่วทั้งจักรวรรดิเซวียนหยวน คนที่กล้านั่งร่วมโต๊ะอาหารกับองค์ชายรัชทายาท เกรงว่าคงมีไม่กี่คนกระมัง?
“เอาอาหารแนะนำทั้งหมดของพวกเจ้ามาอย่างละจาน แล้วก็เอาทองม้วนทอดกรอบมาหนึ่งที่”
“ขอรับ ข้าน้อยจะรีบสั่งให้คนไปเตรียมมาเดี๋ยวนี้” เถ้าแก่ร้านรับคำ แล้วจึงรีบถอยไป
อาหารเลิศรสหลากหลายวางอยู่เต็มโต๊ะ กลิ่นหอมตลบอบอวล ยังไม่ทันกิน แค่ได้กลิ่นหอมพวกนั้นเฟิ่งจิ่วก็กลืนน้ำลายอย่างอดใจไม่ไหวแล้ว “หน้าตาน่ากินมาก”
ได้ยินเช่นนั้น เซวียนหยวนโม่เจ๋อหัวเราะเบาๆ แล้วหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารให้ “กินตอนยังร้อนๆ เถิด! ชอบก็กินให้มากหน่อย เจ้าผอมไปแล้ว”
“ผอมตรงไหน? เหมือนเดิมแท้ๆ ไม่ผอมเลย”
“ไม่ผอมหรือ แต่เหตุใดข้าจึงมองว่าผอมลง?” เขาจ้องมองหน้าอกที่แบนราบของนางด้วยสายตาร้อนรุ่ม บนใบหน้าหล่อเหลาคมคายฉายแววหยอกเย้า
เฟิ่งจิ่วเงยหน้าขึ้น ก็สบแววตาแฝงความหมายของเขา จึงอดไม่ได้ที่จะเอ็ดเสียงแหลม “มองอะไร? ยังไม่รีบกินอาหารของท่านอีก?”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อได้ยินแล้วยกยิ้มมุมปากอย่างเบิกบาน เห็นนางกินเหมือนแมวตะกละ จึงคีบอาหารให้อีกพลางกล่าวว่า “ค่อยๆ กิน พวกเรามีเวลาเหลือเฟือ”
คนที่นั่งโต๊ะอื่นก็อดตกตะล