กายด้วยความสงสัย และขานเรียกอย่างลองเชิง “ภูตหมอ?”
“เฟิ่งจิ่ว?” เขาเรียกอีกครั้ง เพราะท่าร่างที่เด็กหนุ่มหลบหลีกก่อนหน้านี้คุ้นตามาก เหมือนท่าร่างของภูตหมอ ทำให้เขาตั้งสติกลับมาได้
เมื่อได้ยิน เฟิ่งจิ่วเลิกคิ้ว ยิ้มกล่าวว่า “เจ้าจำข้าได้แล้ว ไม่ง่ายเลยจริงๆ!”
“หา? เป็นเจ้าจริงๆ ด้วย!”
ฮุยหลางเห็นนางยอมรับแล้ว ก็อดตกตะลึงไม่ได้ ถามขึ้นว่า “ท่านมาได้อย่างไร ซ้ำยังเข้ามาเองคนเดียวอีก? ไม่คิดว่าจะแอบเข้ามาในจวนด้วย? หยางหย่งกับอิ่งอีรู้ตั้งแต่แรกใช่หรือไม่ นึกไม่ถึงว่าที่ผ่านมาจะไม่บอกข้าเลย จะแล้งน้ำใจเกินไปแล้ว!”
เอ่ยถึงตรงนี้ เขารู้สึกขุ่นเคืองเล็กน้อย “รัชทายาทแห่งชื่อสุ่ยกลับคิดทำร้ายเจ้าเสียได้ เจ้าไปตอแยอะไรพวกเขา? พวกเขาก็ไม่เห็นใครในสายตาจริงๆ มาถึงจวนของพวกเรายังกล้าทำเช่นนี้อีก ข้าว่าพวกเขามาที่จวนแต่นายท่านไม่ไปหา พวกเขาก็เลยโกรธ”
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ พลางยักไหล่ กล่าวว่า “ข้าไม่ได้ตอแยพวกเขา พวกเขามาหาเรื่องข้าเอง”
“เกินไปแล้ว ข้าจะให้นายท่านจัดการพวกเขาแน่”
ฮุยหลางเอ่ยอย่างโกรธเคือง จากนั้นบอกว่า “จริงด้วย นายท่านอยู่ในเรือน เจ้ากลับไปก่อนเถอะ! ประเดี๋ยวข้าจะเข้าไป”
“อืม” เฟิ่งจิ่วตอบรับและเดินไปทางเขตเรือนหลัก
เวลานี้ เธอไม่รู้ว่าหลังจากพวกตนออกมา องครักษ์ลับได้บอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสวนดอกไม้กับเซวียนหยวนโม่เจ๋อโดยละเอียดแล้ว เมื่อได้ยินคำพูดพวกนั้น สีหน้าของเซวียนหยวนโ