านนั่งสิ นั่งตรงนี้เลย”
เธอเข้าไปลากและผลักเขาไปตรงที่เธอนั่งเมื่อครู่ นั่นคือฝั่งตรงข้ามกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อ จากนั้นยิ้มแย้มกล่าว “เจ้าคุยเป็นเพื่อนนายท่านตรงนี้ ข้าจะไปกวาดพื้น รดน้ำดอกไม้ และถอนหญ้า”
“ไม่ใช่ นี่เจ้า…”
ฮุยหลางนั่งไม่ติดเล็กน้อย เพราะนายท่านที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกำลังจ้องเขาอย่างเย็นยะเยือก แม้ไม่พูดอะไรก็ทำให้เขากดดันจนอกสั่นขวัญแขวน และทำให้เขานั่งตัวตรงลนลานอยากจะหนีออกไปเสีย ทว่าเด็กหนุ่มยังพยายามจะให้เขานั่งอยู่ตลอด
“ไม่เป็นไร เจ้าคุยเป็นเพื่อนนายท่านที่นี่นั่นแหละ ข้าว่าเจ้าต้องมีเรื่องอยากบอกนายท่านเยอะมากแน่ นั่งตรงนี้ไปเถอะ! ข้าจะไปรดน้ำดอกไม้ก่อน” เธอกล่าวจบก็กลั้นหัวเราะเดินออกไป
“ไม่นะ เจ้าอย่าเพิ่งไป!” ครั้งนี้เขารู้จักกลัวแล้ว ให้เขานั่งประชันหน้าคุยกับนายท่านหรือ? ความกดดันเท่าภูเขาใหญ่เช่นนี้ เขาทำไม่ได้หรอก! ตอนฮุยหลางคิดๆ แล้วจะลุกขึ้นจากไป ไม่นึกว่าจะได้ยินเสียงของนายท่านดังมา
“จะไปไหน ไม่นั่งหรือ?” เซวียนหยวนโม่เจ๋อกวาดตามองเขาอย่างเย็นเยียบ
“แฮะๆ นายท่าน ขะ ข้าจะไปกวาดพื้น รดน้ำดอกไม้ และถอนหญ้าหน่อยขอรับ ให้เสี่ยวหลีจื่อกลับมาคุยเล่น ดื่มชา เดินหมากเป็นเพื่อนท่านแทน” เขายิ้มเจื่อนๆ พลางมองเจ้านายที่มีสีหน้าเคร่งเครียด
“เจ้าบอกว่าเขามาเอ้อระเหยอยู่ที่นี่ไม่ใช่หรือ”
“เหอะๆ ได้อย่างไรเล่า! เป็นเพื่อนฆ่าเวลาของนายท่านไม่ใช่ว่าใครๆ ก็ทำได้ ข้าจะไปตามเ