ขากลับมา จะไปตามกลับมาเดี๋ยวนี้ขอรับ” กล่าวจบก็รีบลุกออกไป
“หึ”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองคนที่ออกไปพลางแค่นเสียงหยันหนักๆ เจ้าโง่คนนี้ คนข้างกายล้วนมองตัวตนของเฟิ่งจิ่วออก เจ้านี่ยังโง่เขลาเบาปัญญา เสียแรงที่เมื่อก่อนคบหาพูดคุยกับเฟิ่งจิ่วมาไม่น้อย นางเอ้อระเหยอยู่ตรงหน้าทั้งวันก็จำกันไม่ได้
อีกด้านหนึ่ง เฟิ่งจิ่วออกจากเรือนไปเดินเล่นรอบๆ ล้วงผลไม้จากในห้วงมิติมากินระหว่างเดิน ขณะผ่านข้างภูเขาจำลองก็ได้ยินเสียงหนึ่งลอยมา
“เด็กรับใช้ตรงนั้น เข้ามาที”
เธอมองไปตามเสียง เห็นหญิงงามสวมชุดกระโปรงหรูหรายืนอยู่ตรงสวนดอกไม้ข้างภูเขาจำลอง ยังมีหนุ่มหน้าหวานสวมชุดคลุมสีม่วงนั่งอยู่ในศาลาด้านหลัง ครั้นเห็นคนทั้งสองก็เดาตัวตนของพวกเขาออก เธอไม่อยากสนใจสักเท่าไร แต่คนเรียกชื่อเจาะจงมาที่เธอ จะไม่เข้าไปก็ไม่ดี
หลังจากกินผลไม้ในมือเธอจึงเดินอ้อมภูเขาจำลองเข้าไปหา ประสานมือคารวะเล็กน้อย “องค์หญิงสามเรียกข้าน้อยหรือขอรับ?” เธอยิ้มตาหยีถาม พลางพินิจมองสาวงามล้ำตรงหน้าอย่างสงบ
เมื่อเห็นผู้หญิงคนนี้ เธอถึงเข้าใจว่าทำไมหยางหย่งถึงบอกว่าโดดเด่นยิ่ง
เพราะที่แท้ก็โดดเด่นมากจริงๆ ไม่ว่าจะท่าทาง รูปโฉม หรือวรยุทธ์ล้วนเป็นที่หนึ่ง อีกอย่างอายุเพิ่งสิบเจ็ดสิบแปด งดงามอ่อนหวานปานบุปผา นางยืนอยู่ตรงนี้ยังงามกว่าดอกไม้หลากหลายสีสันในสวนดอกไม้เสียอีก แค่คิดก็รู้ได้ว่าความงามของนางโดดเด่นเช่นไร
………………………………………………….