้ไม่เลว!” เธอหัวเราะเบาๆ เอ่ยว่า “ข้าทะลวงขั้นในสำนักศึกษาสองดาราไม่ใช่หรือ ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงทำให้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาเละเทะไปหมด ดังนั้น…”
ภายในห้อง เฟิ่งจิ่วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่นั่นให้เขาฟัง เรื่องที่เขาไม่รู้พวกนั้น จนกระทั่งยามเย็น หลังจากมื้ออาหาร เซวียนหยวนโม่เจ๋อพาเธอออกจากจวนไปเที่ยวเล่น จนดึกดื่นถึงจะกลับมา
เซวียนหยวนโม่เจ๋อไปไหนล้วนพาเธอไปด้วย กินและอาศัยด้วยกัน ขาดแค่นอนเตียงเดียวกัน แม้พวกองครักษ์กับองครักษ์ลับในจวนไม่พูดอะไร แต่ในใจเริ่มสงสัยแล้ว
ฝ่ายฮุยหลางที่ล้างส้วมไปสองสามวันกลับมา เมื่อเข้าเรือนมาเห็นนายท่านกำลังช่วยเจ้าเด็กคนนั้นคีบอาหาร ก็ตกใจจนแทบอ้าปากกรามค้าง รีบร้อนถอยออกไปหาอิ่งอี
“ข้าจะไปหานายท่านตรงนั้น กลับเห็นนายท่านกำลังช่วยเจ้าเด็กนั่นคีบอาหาร อิ่งอี เจ้าว่านายท่านคงไม่มีปัญหากระมัง?”
“เจ้าอย่าตื่นตูมไป สิ่งที่ไม่ควรมองก็อย่ามอง แม้จะเห็นก็อย่าปากมากไม่ดูตาม้าตาเรือ” อิ่งอีกล่าว สองแขนกอดอกยืนอยู่ห่างจากนอกเรือนหลักไม่ไกล
“แต่ว่า…”
“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น หากเจ้าว่างมากก็ไปถอนหญ้าเสีย อย่ามัวแต่มาตามติดข้า”
ครั้นได้ยินเช่นนี้ ฮุยหลางหลุดหัวเราะ “ใครตามติดเจ้ากัน? ข้าแค่อยากมาถามสักหน่อย เจ้าคิดว่าข้าชอบอยู่ข้างเจ้านักหรือไร?” กล่าวจบก็เห็นหยางหย่งเดินมาจากที่ไม่ไกล เมื่อเห็นเข้าก็เอะใจ
“เจ้าหมอนี่มาทำไม”
“พวกเจ้าสองคนมาทำอะไรตรงนี้