? หน้าตาหล่อเหลา? หรือความสามารถโดดเด่น?”
“ล้วนใช่ คนผู้นี้หน้าตาหล่อเหลา นิสัยสุขุมนุ่มลึก แต่มีความสง่าผ่าเผยเช่นคุณชายสูงศักดิ์อยู่ด้วย อีกทั้งความสามารถในการจัดการและสัญชาตญาณระแวดระวังก็ยังเป็นเลิศ ได้ยินมาว่าเขาเป็นคุณชายตระกูลใหญ่ กลับมาเป็นพ่อบ้านให้ท่านที่นี่ ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ”
เธอมองคนข้างล่าง ยิ้มกว้างกล่าวว่า “ดูไม่ออกจริงๆ ว่าความสามารถในการชักจูงคนของท่านจะยอดเยี่ยมด้วย คนเช่นนี้ยังยอมเป็นพ่อบ้านให้ท่านได้”
“นี่เจ้ากำลังชมข้า หรือชมเขากันแน่?” วาจาของเขาแฝงไว้ด้วยความหึงหวง
“ชมเขา ฮ่าๆๆ”
เฟิ่งจิ่วยิ้ม จากนั้นเห็นเขาแค่นเสียงขึ้นจมูกแล้วกล่าว “ซุกซนนัก!” มือที่โอบเอวเธอบิดเนื้อเบาๆ เพราะออกแรงไม่มาก จึงทำให้เธอรู้สึกจั๊กจี้จนขนลุกซู่ไปทั้งตัวแทน
“อ๊ะ…”
เฟิ่งจิ่วร้องเสียงเบา หยัดแขนยันอกเขาพลางกระเด้งตัวขึ้นมา ก่อนจะถอยออกไปจากม่านเตียงอย่างรวดเร็ว พอยืนมั่นคงแล้วก็อดคลำเอวเบาๆ ไม่ได้ พลางร้องบอกว่า “ไหนว่าจะเข้าวังอย่างไรเล่า? ยังไม่รีบลุกขึ้นอีก”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อปรับอารมณ์อยู่บนเตียงครู่หนึ่ง สูดหายใจเข้าลึกแล้วพ่นลมออกมาเบาๆ พยายามควบคุมความรุ่มร้อนในร่างกายแล้วจึงลุกขึ้นมา พอเห็นนางที่ยืนห่างจากเตียงไปสามก้าว ก็หัวเราะอย่างอดไม่ได้ “ยืนไกลขนาดนั้นทำไมกัน เจ้าไม่ได้จะปรนนิบัติข้าล้างหน้าหรือ?”
“น้ำก็ตักมาให้ท่านแล้ว นั่นอย่างไร วางไว้ตรงนั้นแล้ว” เฟิ่งจิ่วยิ้มแ