“เขาหาเรื่องเจ้าหรือไร?”
“ก็เปล่า แต่แปลกมาก! วันนี้นายท่านไม่รู้นึกอะไร กลับบอกว่าจะหาคนมาชิมอาหาร เจ้าก็รู้ อาหารของเขาปลอดภัยหายห่วงแน่นอน จู่ๆ ก็ให้พวกข้าตามหาข้ารับใช้ไปชิมอาหาร ให้หาข้ารับใช้ย่อมหาให้ได้! แต่ข้าตามมาให้ตั้งหลายคนแล้วก็ยังไม่ถูกใจ สุดท้ายอิ่งอีไปพาตัวเสี่ยวหลี่จือที่เพิ่งมาอยู่เขตเรือนด้านในมา นายท่านจึงค่อยรับไว้”
พูดมาถึงตรงนี้ ฮุยหลางพูดด้วยความขุ่นข้องใจ “อีกอย่างนายท่านยังให้เขานั่งกินอาหารด้วย พวกข้ายังไม่เคยได้รับการปฏิบัติเช่นนั้นเลย”
ครั้นได้ยิน แววตาหยางหย่งไหวระริก ยิ้มเล็กน้อย “นายท่านทำอะไร ไม่ต้องให้พวกเราไปคาดเดา ย่อมมีเหตุผลของเขาเองอยู่แล้ว”
“ไม่ใช่ เรื่องที่ข้าจะถามก็คือเจ้านั่นเป็นใคร เจ้าไปได้ตัวเขามาจากที่ใด?”
“เป็นหลานห่างๆ ของผู้ดูแลเขตเรือนด้านนอก ข้าเห็นว่าเขาซื่อสัตย์พึ่งพาได้จึงย้ายตัวเข้าไป วางใจเถิด! คนคนนี้ไม่มีปัญหาใดหรอก”
“ทำไมจะไม่มีปัญหา? ข้าว่าท่าทีที่นายท่านมีต่อเขาไม่ค่อยปกตินัก แม้เจ้านั่นจะหน้าตางดงามดูซื่อตรง แต่ข้าเห็นแวบแรกก็รู้แล้วว่าคนคนนี้เจ้าเล่ห์ ไม่ธรรมดาแน่ ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้ไปอยู่ข้างกายนายท่านทั้งที่เพิ่งมาได้แค่ไม่กี่วันเช่นนี้”
สิ้นเสียง เขาชะงักไป แล้วตบขาฉาดหนึ่ง “ข้ารู้แล้ว! เจ้าเด็กนั่นต้องเป็นไส้ศึกที่แฝงตัวเข้ามาโดยเฉพาะแน่ๆ! ไม่ได้การ ข้าต้องไปบอกนายท่านก่อน!”
“เดามั่วซั่วอะไรของเจ้า?” อิ่งอีรั้งตัว