จยิ่งนัก น้ำเสียงยามเอ่ยวาจากระตือรือร้นเป็นที่สุด
“ได้ เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน นายท่านบอกให้ข้าคอยรับใช้อยู่ข้างกาย ไม่เช่นนั้นประเดี๋ยวนายท่านจะตามตัวข้าไม่เจอเอาได้” เธอแบกห่อสัมภาระขึ้นบนบ่า แล้วจึงมุ่งหน้าไปยังเขตเรือนด้านในภายใต้สายตาชื่นใจของชายชรา
“นี่ เจ้าหยุดก่อน”
ยังไม่ทันเข้าไปในเขตเรือนด้านในเฟิ่งจิ่วก็ถูกเรียกไว้ เธอหันไปมอง เห็นฮุยหลางกับอิ่งอีเดินมา จึงยิ้มแล้วค้อมกายทักทาย “หัวหน้าองครักษ์ องครักษ์อิ่ง”
“เจ้าหอบสัมภาระจะไปที่ใด?” ฮุยหลางถามพลางจ้องเด็กหนุ่มที่ผอมบางร่างน้อยตรงหน้า
เฟิ่งจิ่วได้ยินแล้วคลี่ยิ้ม “นายท่านให้ข้าติดตามรับใช้อยู่ข้างกาย บอกว่าให้ข้าคอยจัดการธุระส่วนตัวให้เขา ซ้ำยังให้ข้าย้ายไปอยู่ในเขตเรือนหลักของเขา ดังนั้นจึงกลับมาเก็บของขอรับ!”
ครั้นได้ยินประโยคนี้ ฮุยหลางเบิกตากว้าง “นายท่านให้เจ้าคอยรับใช้อยู่ข้างกาย? แล้วยังให้เจ้าย้ายไปในอยู่ในเขตเรือนหลัก?” นี่พระอาทิตย์จะขึ้นทางตะวันตกแล้วกระมัง? ประหลาดเกินไปแล้ว
ส่วนอิ่งอีที่ยืนอยู่ด้านหนึ่งได้ยินเช่นนี้แล้วหัวใจเต้นสะดุดเล็กน้อย สายตาของเขาจับจ้องเด็กหนุ่มร่างผอมตรงหน้า เด็กหนุ่มคนนี้ไม่มีอะไรโดดเด่น แต่เขาอยู่ข้างกายนายท่านมาหลายปี คนที่ทำให้นายท่านทำตัวแปลกๆ เช่นนี้ได้ หลายปีมานี้ดูเหมือนจะมีเพียงคนเดียวเท่านั้น
ขณะมองคนตรงหน้า ในใจเขามีคำตอบผุดขึ้นมารางๆ
ใช่แล้ว นอกจากนาง จะมีใครทำให้นายท่านเป็