่องแบบข้ารับใช้สองชุดและอุปกรณ์ล้างหน้าแปรงฟันอีกเล็กน้อย นอกนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว
หลังจากเก็บของพวกนั้นอย่างง่ายๆ เธอนั่งขัดสมาธิบนเตียง ยกมือข้างหนึ่งเท้าคางพลางขบคิด เซวียนหยวนโม่เจ๋อจำเธอได้หรือไม่กันแน่? ถ้าจำเธอได้ เขาก็น่าจะทักสิ? ไม่น่าพูดถึงเรื่องการลงโทษอะไรอย่างนี้ เช่นนั้นเขาก็จำเธอไม่ได้จริงๆ แต่แค่ถูกชะตาเธองั้นหรือ?
ถูกชะตา?
เธอรู้สึกแปลกๆ จึงนำกระจกออกมาจากห้วงมิติแล้วมองดู อย่างมากก็แค่เด็กหนุ่มหน้าตาเกลี้ยงเกลาคนหนึ่ง รูปร่างหน้าตาเช่นนี้มีอยู่เกลื่อนถนน!
“ต้าหนิว? ต้าหนิว?”
เสียงที่ดังเข้ามาจากข้างนอกทำให้เธอได้สติกลับมา รีบเก็บกระจกเข้าไปในห้วงมิติ แล้วจึงหยิบของลงจากเตียงเดินออกไปข้างนอก
“ท่านลุง? ท่านมาได้อย่างไร” เป็นชายชราคนนั้นนั่นเอง
“ลุงได้ยินว่าหลังจากได้ย้ายเข้าไปในเขตเรือนด้านใน เจ้าก็ถูกนายท่านย้ายไปปรนนิบัติอยู่ข้างกาย? ใช่เรื่องจริงรึไม่?” ชายชรากล่าวด้วยความตื่นเต้น เห็นอีกฝ่ายถือของไว้ในมือ ก็อดยิ้มหน้าบานเป็นบุปผาแย้มไม่ได้
“ทำได้ดี มีอนาคตไกล! เจ้าเพิ่งมาได้ไม่กี่วันก็เป็นที่ต้องตาของนายท่านแล้ว เจ้าต้องทำตัวให้ดี ห้ามทรยศความเชื่อใจที่นายท่านมีต่อเจ้าเด็ดขาด”
“ท่านลุง ท่านวางใจเถอะ ข้าจะทำตัวให้ดี” เธอยิ้มและพยักหน้ารับ
“ดีๆๆ เช่นนั้นเจ้าก็ไปเถิด! ลุงได้ยินว่าเจ้ากลับมาเก็บของ ต่อไปก็จะไปอยู่ในเขตเรือนด้านใน ถึงได้แวะมาดูเสียหน่อย” ชายชราเบิกบานใ