ะสาวเท้าจากไป
“อ้าว เจ้าจะไปไหน?” ฮุยหลางถาม
“ไปถามหยางหย่งให้รู้เรื่อง” เขาเป็นคนพาข้ารับใช้คนนี้เข้ามา เขาน่าจะรู้ที่มาที่ไป
ได้ยินเช่นนั้น ฮุยหลางก็รีบตามไป “ข้าก็จะไปด้วย”
ในลานบ้าน เซวียนหยวนโม่เจ๋อกำลังมองเฟิ่งจิ่วกิน เห็นท่าทางของนางที่ดวงตาเป็นประกายยามเห็นของกินเลิศรส และเห็นนางกินด้วยสีหน้าเบิกบานอีก นัยน์ตาเขาก็ฉายยิ้มอ่อนโยนแวบผ่านอย่างห้ามไม่อยู่
ผู้หญิงคนนี้ แค่บอกเขาตรงๆ ว่ามาหาเขาก็สิ้นเรื่องแล้วไม่ใช่หรือ? กลับต้องทำให้ตัวเองอยู่ในสภาพเช่นนี้ แม้แต่กินก็ยังไม่ได้กินดีๆ สักมื้อ
“เจ้าชื่อเสี่ยวหลี่จือหรือ?” เขาปรับสีหน้าแล้วถาม น้ำเสียงที่เอ่ยทุ้มต่ำเย็นชา
“ขอรับ ข้าน้อยเป็นหลานชายห่างๆ ของผู้ดูแลเขตเรือนด้านนอก” เฟิ่งจิ่วกล่าวตอบ จากนั้นเลื่อนอาหารจานหนึ่งไปตรงหน้าเขา “นายท่าน จานนี้ไม่เลว รสชาติเยี่ยมมากขอรับ”
“อืม” เขารับคำและหยิบตะเกียบขึ้นมากินด้วยกัน ครั้นเห็นนางชะงักตะเกียบจึงถาม “ไม่กินแล้วหรือ”
ได้ยินเช่นนั้น เฟิ่งจิ่วกลืนน้ำลายแล้วยิ้มแห้ง “อาหารพวกนี้ข้าน้อยชิมแล้วขอรับ” ถ้ากินอีก อาหารบนโต๊ะนี้ของนายท่านข้าก็กินจนหมดได้
“มากขนาดนี้ข้ากินไม่หมด กินเถิด! หากไม่กินประเดี๋ยวก็ต้องเททิ้งหมด”
เฟิ่งจิ่วได้ฟังแล้วเผยสีหน้าประหลาดเล็กน้อย “นายท่าน ท่านดีกับข้ารับใช้อย่างนี้ตลอดเลยหรือขอรับ?” ผู้ชายคนนี้ คงไม่ใช่ว่าจำเธอได้แล้วหรอกนะ? ไม่เช่นนั้นเหตุใดจึงบอกให้เธอก