ที่เฟิ่งจิ่วสาวเท้าออกมา เซวียนหยวนโม่เจ๋อที่ยืนมองอยู่ตรงหน้าต่างมาโดยตลอดก็รีบถอยหลบไปด้านหนึ่ง ไม่ให้พวกเขารู้ว่าเขายืนมองอยู่ตรงนี้กว่าครึ่งชั่วยามแล้ว
สองคนนี้คุยอะไรกันอยู่ ถึงได้คุยกันนานขนาดนั้น?
เซวียนหยวนโม่เจ๋อยืนพิงกำแพงครุ่นคิด ปรับอารมณ์เล็กน้อย จนกระทั่งเห็นคนทั้งสองเดินจากไปผ่านทางช่องเล็กๆ จึงค่อยหันกายเดินออกมา
ขณะมองเงาร่างทั้งสองที่เดินจากไป นัยน์ตาลึกล้ำของเขาไหวระริก หยุดอยู่ในหอครู่หนึ่ง แล้วจึงค่อยๆสาวเท้าเดินลงไป ลึกๆ ข้างในสุขใจที่ได้พบนางอีกครั้งหลังจากจากกันสองปีกว่า แต่ก็รู้สึกขุ่นเคืองด้วย
ขุ่นเคืองที่นางไม่ฟังคำเขา รอให้เข้าสู่ระดับกำเนิดวิญญาณก่อนค่อยมาที่นี่ หากเกิดเรื่องใดขึ้นทางนี้แล้วเขาไม่อยู่ข้างกายนาง เช่นนั้นจะทำอย่างไร? ทว่า สุดท้ายความขุ่นเคืองนี้ก็เทียบไม่ได้กับความสุขใจเลย
แม้เขาจะปั้นหน้าบึ้งตึงน่าเกรงขาม แม้เขาจะพยายามทำหน้าเย็นชาสุดชีวิต แต่ริมฝีปากที่เม้มบางๆ กลับหยักโค้งขึ้นเล็กน้อยด้วยความยินดีอย่างที่ไม่อาจปิดซ่อนความดีใจไว้ได้
ในเมื่อนางปลอมตัวเข้ามาแต่ไม่มาหาเขา เช่นนั้นเขาจะไปหานางเอง ในเมื่อนางอยากเล่นสนุก เช่นนั้นเขาก็จะเล่นเป็นเพื่อนนาง แต่เขาอยากรู้นักว่า สุดท้ายใครจะเป็นฝ่ายทนไม่ได้แล้วเปิดเผยตัวตนก่อน
ครั้นมาถึงด้านล่าง เซวียนหยวนโม่เจ๋อเดินตรงไปยังเรือนหลัก เดิมทีนึกว่าเฟิ่งจิ่วที่ออกจากศาลาจะกวาดพื้นอยู่หน้าเรือนหลัก นึก