ไม่ถึงว่าจะมองไม่เห็นแม้แต่เงา
“นายท่าน ท่านมาทำอะไรอยู่ที่นี่ขอรับ?”
ฮุยหลางเดินมาจากด้านหลัง เห็นเจ้านายเอามือไพล่หลังมองซ้ายมองขวา จึงอดถามด้วยความแปลกใจไม่ได้ และมองรอบๆ ตามไปด้วย ก็ไม่เห็นสิ่งใดนี่!
เซวียนหยวนโม่เจ๋อได้ยินคำถามก็หันไปมองเขาแวบหนึ่ง จากนั้นสาวเท้าเดินเข้าไปในลานบ้าน ครั้นมาถึงข้างในเขาไม่ได้กลับห้อง แต่นั่งลงข้างโต๊ะในลานบ้าน
ฮุยหลางเห็นเช่นนั้น ก็หันไปส่งสัญญาณให้ข้ารับใช้ชายนำอาหารมาให้ พลางหันไปสบตากับอิ่งอี ต่างคนต่างส่งสายตาให้อีกฝ่ายเข้าไปถามนายท่านว่าเกิดเรื่องใดขึ้น
สุดท้าย อิ่งอีไม่มีทางเลือก ทำได้เพียงก้าวเข้าไปถาม “นายท่าน เกิดเรื่องใดขึ้นหรือ เหตุใดดูไม่สดชื่นตั้งแต่เช้าตรู่เช่นนี้? พักผ่อนไม่เพียงพอหรือขอรับ?”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อไม่เอ่ยสิ่งใด เพียงใช้มือเคาะหน้าโต๊ะเบาๆ พลางคิดในใจว่าจะนำตัวคนมาไว้ข้างกายอย่างไรดี?
จนกระทั่งมีอาหารและของว่างมากมายมาวางบนโต๊ะ เขาจึงมีประกายวาบผ่านในหัว ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในใจ
“ฮุยหลาง ไปหาข้ารับใช้ชายสักคนมาชิมอาหาร” เขาทำหน้าตึงกล่าวพลางนั่งหลังตรง ไม่ยอมจับตะเกียบ
ได้ยินเช่นนั้น ฮุยหลางชะงักงัน “ชิม? หากชิมให้ข้าชิมก็ได้นี่ขอรับ!” ขณะเอ่ยก็ก้าวเข้ามา ม้วนแขนเสื้อจับตะเกียบคีบของกิน จากนั้นอ้าปากทำท่าจะส่งอาหารเข้าไป ใครจะรู้ น้ำเสียงเย็นเยียบที่น่าเกรงขามและคุ้นเคยกลับดังขึ้นมาในตอนนี้
“หลบไป”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อเหล