ิ้มอย่างอ่อนโยน ถามกลับว่า “เห็นเขาปฏิปักษ์กับใครหรือไม่”
“ตอนนี้ไม่มี แต่เจตนายากจะหยั่งรู้”
“กำลังวรยุทธ์เล่า สัมผัสไม่เจอหรือ?” หยางหย่งถามอีกครั้ง
“ไม่เลย อาจเป็นวิชายุทธ์ที่ฝึกฝนจนเก็บซ่อนไว้ได้ จึงไม่รู้สึกถึงกำลังวรยุทธ์บนร่างของเขา”
หยางหย่งได้ยินดังนี้ก็พยักหน้า “ข้ารู้แล้ว เจ้าออกไปเถอะ! เรื่องนี้ข้าจะจัดการเอง”
เห็นเช่นนี้ ชายชราจึงพยักหน้า ก่อนจะหมุนตัวออกไป
หลังจากหยุดชะงักเล็กน้อย หยางหย่งลุกขึ้นเอามือไพล่หลังเดินไปด้านอก อ้อมมวลดอกไม้และภูเขาจำลองทะลุผ่านเขตที่พักจนมาถึงบริเวณที่ไม่ไกลจากเรือนหลัก เห็นว่าร่างนั้นกำลังกวาดพื้นเดี๋ยวกวาดเดี๋ยวหยุด ท่าทางเกียจคร้าน
เขามองเด็กหนุ่มพลางขยับมือเล็กน้อย ยามนี้เข็มเงินเล่มบางดุจเส้นผมจู่โจมออกไปอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว ตรงไปทางเด็กหนุ่มอย่างไร้กลิ่นไร้เสียง
เขาเฝ้ามองอยู่เงียบๆ ก็เห็นว่าเด็กหนุ่มท่าทางเกียจคร้านเพียงเบี่ยงกายหลบเล็กน้อยโดยไม่หันหน้ามา เข็มเงินจึงพุ่งผ่านแก้มไป แล้วฝังเข้าในลำต้นของต้นไม้ใหญ่ซึ่งอยู่ไม่ไกล จมลึกเข้าไปในเนื้อไม้สามเฟิน
เฟิ่งจิ่วเห็นเช่นนั้น แววตาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย หันกายมามอง “ท่านพ่อบ้าน?”
หยางหย่งเห็นพยักหน้า เดินเข้ามาถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “อยู่ที่นี่คุ้นชินหรือยัง?” ประสาทสัมผัสที่เหนือความคาดหมายของเด็กหนุ่มทำให้เขาประหลาดใจ ถึงขั้นไม่หันหน้ามาก็หลบเข็มเงินที่เขาส่งไปได้อย่างง่ายดาย
เด็กหนุ