ท้าเดินเข้าไป และลากเขาไปข้างๆ “เจ้าคือคนนั้น…คนคนนั้น…ชื่ออะไรนะ?”
“ข้าคือต้าหนิว เจ้าเป็นคนที่ท่านอาให้มารับข้าหรือ”
“โอ้! ใช่ๆๆ ต้าหนิวนั่นเองๆ” เฟิ่งจิ่วตบๆ ศีรษะ ยิ้มเอ่ยว่า “ดูหัวข้าสิ จำชื่อผิดไปเสียได้ แต่ว่ายังดี มารับเจ้าได้ก็พอแล้ว”
“เหอะๆ ใช่แล้ว! มารับข้าได้เป็นพอ เดิมทีข้ายังกลัวอยู่ว่าจะไม่เจอใคร!” เขาวางกระเป๋าที่แบกไว้บนบ่าลงมาแล้วฉีกยิ้ม “ท่านพ่อให้ข้านำมาให้ท่านอา”
“เจ้ายักษ์โง่นี่ ยังยิ้มดีใจแบบนี้อีก ข้าจะบอกให้นะ เจ้ามีปัญหาใหญ่แล้ว” เฟิ่งจิ่วกดเสียงเบากล่าวกับเขา “ท่านอาของเจ้าให้ข้ามาบอกเจ้าว่าจงรีบกลับบ้านไปเสีย ไม่เหลือตำแหน่งแล้ว นี่เป็นเงินที่เขาให้เจ้านำกลับไปด้วย เจ้าเก็บไว้สิ”
เธอหยิบกระเป๋าใบหนึ่งออกมายัดใส่มือของเด็กหนุ่ม “อีกอย่าง ท่านอาเจ้าบอกว่าสองสามเดือนนี้อย่าเพิ่งส่งจดหมายหาเขา รอเรื่องผ่านไปแล้วเขาจะติดต่อพวกเจ้าเอง”
“หา? จะ จริงหรือ?” เด็กหนุ่มหน้าถอดสี ตกใจเล็กน้อย
“จริงด้วย จดหมายที่เขาให้เจ้าไปล่ะ?” เธอเอ่ยถาม
“ยะ อยู่ตรงนี้” เขารีบล้วงออกมายื่นให้เฟิ่งจิ่ว
“อืม เช่นนี้พอแล้ว เจ้ารีบๆ กลับไปเสีย ของถุงนี้ข้าจะเอาให้ท่านอาแทนเจ้าเอง” เธอพยักเพยิด หลังจากแก้ผ้าแดงบนมือของเขาออกก็บอกให้เขารีบกลับไป
เด็กหนุ่มเห็นว่ามีเงินเก็บและยังได้ยินว่ามีอันตราย ย่อมไม่กล้าอยู่ต่ออีก จึงลนลานจากไป
เฟิ่งจิ่วเห็นเขาออกจากประตูเมืองไปแล้วก็ยิ้มตาหยี ผูกผ้าแ