้องเดียวอย่างง่ายๆ เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างว่องไวแล้วจึงเดินออกมา ตามชายชราไปข้างหน้าเพื่อทำความคุ้นเคยกับสถานที่ ขณะเดียวกันก็บอกจุดสำคัญตรงเขตเรือนด้านใน ถ้านายท่านไม่เรียกก็เข้าไปไม่ได้
ตอนได้ยินอย่างนั้น เธอตะลึงเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้ นั่นหมายความว่าต่อให้เธออยากพบเซวียนหยวนโม่เจ๋อในนี้ก็ยากเย็นไม่ใช่หรือ คงไม่ใช่กระมัง?
“ต้าหนิว? เจ้ามองอะไรน่ะ? ตรงนั้นเป็นเขตเรือนหลัก เรือนของนายท่าน จะมองตามใจชอบไม่ได้” ชายชราเตือนพร้อมสื่อให้เฟิ่งจิ่วรีบๆ เดิน
เฟิ่งจิ่วได้ยินแล้วมุมปากกระตุกเบาๆ ขนาดเรือนยังมองตามใจชอบไม่ได้เลย? มองแวบเดียวจะตายหรือ? เธอพูดแขวะในใจ ขณะจะตามชายชราออกไปก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังเข้ามา
“เจ้าหนูทางนั้นน่ะ เข้ามานี่ซิ”
เฟิ่งจิ่วหยุดฝีเท้าหันไปมอง เห็นว่ามีคนเดินออกมาจากในนั้น สวมเสื้อผ้าคล่องตัว ใบหน้าคุ้นตา ย่อมเป็นฮุยหลางอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่เจอกันสองสามปี ท่าทางก็ยังกวนประสาทเหมือนเคย เห็นเขาแล้วเธอพลันเผยรอยยิ้มที่จับสังเกตไม่เห็นออกมาเล็กน้อย
คนคุ้นเคยกันนี่!
“ข้าเรียกเจ้าน่ะ! จะนิ่งอยู่ตรงนั้นทำไม ยังไม่เข้ามาอีก?” ฮุยหลางถลึงตาตะโกนเรียก
………………………………………………….