บทที่ 743 นายหน้าของพรรคซานไห่
ไม่รู้ว่าจูซานคิดไปเองหรือไม่ เขารู้สึกว่าหลังจากเสี่ยวเอ่อร์ตัวได้ยินว่าน้องเจ็ดของเขาเป็นซิ่วไฉแล้วก็มีท่าทางกระตือรือร้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เขาตระหนักดีว่าหากเป็นสถานที่เช่นตำบลอันจิ่ว น้องเจ็ดของเขาย่อมมีหน้ามีตาอย่างมาก คำว่าซิ่วไฉสองคำนี้มีค่าราคา แต่นี่คือเมืองผู่โซ่วที่เต็มไปด้วยซิ่วไฉเชียวนะ
เมืองผู่โซ่วหรือจะขาดแคลนซิ่วไฉ?
ถ้าเขาถามออกมา เสี่ยวเอ่อร์ตัวก็คงจะตอบว่า ‘ไม่ขาดแคลนซิ่วไฉก็จริง แต่ในถิ่นพรรคซานไห่ของพวกข้าขาดแคลนนี่นา’
นี่ก็คือความแตกต่างระหว่างพรรคใหญ่กับพรรคเล็ก เพราะเหตุใดพรรคใหญ่จึงนิยมมอบป้ายให้ปัญญาชน แสดงออกว่าคนผู้นี้อยู่ในความดูแลของตนเองนัก? แท้จริงแล้วนี่เป็นการแย่งชิง ‘เส้นสาย’ รูปแบบหนึ่ง
ผู้ที่สามารถไต่เต้าจนได้เป็นชนชั้นผู้นำของค่ายพรรคต่าง ๆ ได้ย่อมไม่ใช่คนโฉดเขลาเบาปัญญา
คนที่มาเรียนที่โจวเสวียอย่างน้อยก็ต้องเป็นถงเซิง มิเช่นนั้นครอบครัวก็ต้องเป็นตระกูลทรงอำนาจอิทธิพล ถ้าไม่ใช่สองกรณีนี้ก็อย่าหวังว่าจะมาเรียนได้
ไม่ว่าจะเป็นอย่างแรกหรืออย่างหลัง ล้วนแต่เป็นเส้นสายในอนาคตของพวกเขา
ถ้าในบรรดาคนกลุ่มแรกมีใครสอบผ่านได้เป็นจวี่เหริน หรือกระทั่งเป็นจิ้นซื่อ ได้รับตำแหน่งขุนนาง ก็เท่ากับว่าพรรคของพวกเขาได้ลงเรือลำใหญ่แล้วน่ะสิ?
ต่อให้ได้รับผลประโยชน์เพียงเล็กน้อย แต่ก็เป็นผลประโยชน์อยู่วันยังค่ำ
เสี่ยวเอ่อร์ตัวนำทางอยู่ข