ึ่งใดๆ แต่ข้ากลัวคนจากแปดจักรวรรดิใหญ่”
เสียงของเธอหยุดไปครู่หนึ่ง จากนั้นบอกอีกว่า “ราชวงศ์เฟิ่งหวงผงาดขึ้นเร็วเกินไป จะต้องมีคนตาร้อนผ่าวเป็นแน่ แม้คนจากแคว้นต่างๆ ไม่ได้ลงมือ แต่รับประกันได้ยากว่าพวกเขาจะไม่หาคนมาเล่นงานลับหลัง หากเป็นผู้แข็งแกร่งจากแปดจักรวรรดิใหญ่ เพียงคนเดียวก็มากพอจะทำลายแคว้นหนึ่งได้แล้ว
กล่าวถึงตรงนี้ เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย “ตอนที่ข้าไปเทือกเขาอเวจีก็ได้พบกับผู้แข็งแกร่งคนหนึ่ง พลังอยู่เหนือระดับกำเนิดวิญญาณแน่นอน ผู้แข็งแกร่งเช่นนั้นหากจะลงมือเล่นงาน ต่อให้มีองครักษ์ตระกูลเฟิ่งอีกกี่คนก็ไม่อาจต้านทานไหว แต่หงส์ไฟไม่เหมือนกัน แม้เป็นผู้ฝึกตนที่แก่กล้าอีกสักเท่าใดก็อาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสัตว์เทวะโบราณที่โตเต็มวัย ยามนี้เสี่ยวเฟิ่งเติบโตขึ้นแล้ว อานุภาพของเขากำราบได้ทุกสิ่ง รวมถึงผู้แข็งแกร่งระดับกำเนิดวิญญาณขึ้นไปด้วย”
ได้ยินเธอกล่าวเช่นนี้ คนทั้งสองมีสีหน้าเคร่งขรึม เป็นเช่นนั้นจริง สิ่งที่พวกเขาพบและประสบในตอนนี้เป็นเพียงมุมหนึ่งของภูเขาเท่านั้น ใต้ฟ้านี้มีผู้แข็งแกร่งมากมาย หากเป็นผู้แข็งแกร่งระดับกำเนิดวิญญาณขึ้นไปจริง เช่นนั้นพวกเขาจะมีพลังปกป้องราชวงศ์ของพวกตนได้หรือ?
เธอมองพวกเขา กล่าวว่า “ฉะนั้นข้าจึงอยากให้หงส์ไฟอยู่ที่นี่สามปี อีกสามปีให้หลังหากไม่มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น ก็คงไม่มีเรื่องใดอีกแล้ว ถึงแม้เกิดเรื่องขึ้น มีหงส์ไฟอยู่ที่นี่ข้าก็วางใจได้”
พ่อลู