งใจฝึกฝนและร่ำเรียนให้ดี ภายหน้าต้องปกป้องเขาเข้าใจหรือไม่?” ความจริงให้เขาเป็นสหายคู่ใจของท่านอาน้อยของเธอก็ดีเหมือนกัน พื้นฐานร่างกายของเด็กคนนี้ดีกว่าคนทั่วไป หากฝึกฝนในภายหน้าต้องพัฒนาได้เร็วขึ้นแน่นอน
และการที่สามารถบ่มเพาะเขา ให้เขาเติบโตไปพร้อมกับท่านอาน้อยของเธอนั้น ไม่ว่าจะสำหรับเธอหรือสำหรับท่านอาน้อยก็ล้วนเป็นเรื่องดี อย่างไรมิตรภาพที่เติบโตมาด้วยกันย่อมมั่นคงแข็งแกร่งกว่าอยู่แล้ว
“พ่ะย่ะค่ะ หยางหยางจะจำไว้” ใบหน้าของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เขามองเฟิ่งจิ่วพลางพยักหน้าเหมือนให้คำมั่น
“พรุ่งนี้ข้าจะไปเวิ้งสวนท้อ เจ้าก็ตามข้าไปด้วยก็แล้วกัน!” เดาว่าครอบครัวของเขาคงไม่ได้เจอเขานานแล้ว พรุ่งนี้ประจวบเหมาะพาเขาไปด้วยเลย
เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้น แววตาก็เปล่งประกาย แต่กลับลังเลเล็กน้อย “กระหม่อมไปได้หรือ?” เอ่ยจบ ก็อดหันไปมองเฟิ่งเซียวไม่ได้
เฟิ่งเซียวจึงยิ้มกล่าวว่า “องค์หญิงให้เจ้าไป เจ้าก็ไปเถิด!”
“พ่ะย่ะค่ะ” เขาจึงค่อยยิ้มอย่างดีใจ
“ไม่มีคนอื่นแล้ว เจ้าก็นั่งลงข้างข้าเถอะ!” เฟิ่งจิ่วพยักเพยิด ให้เขานั่งลงแล้วกินข้าวด้วยกัน
เพราะเป็นงานเลี้ยงครอบครัว เรื่องที่คุยกันส่วนใหญ่จึงเป็นเรื่องที่เฟิ่งจิ่วพบเจออยู่ข้างนอก จนกระทั่งเริ่มค่ำ ทุกคนจึงค่อยแยกย้ายกันไปพักผ่อน
เช้าตรู่วันต่อมา เฟิ่งจิ่วพาเยี่ยจิง รวมถึงเหลิ่งซวง เหลิ่งหวา และหยางหยางมุ่งหน้าไปยังเวิ้งสวนท้อ พวกเขานั่ง