นตามสบาย อีกเดี๋ยวข้าค่อยมาหาเจ้า”
“ได้” เยี่ยจิงรับคำ เห็นเฟิ่งจิ่วพาหยางหยางเดินเข้าไปในป่าดอกท้อ นางจึงเดินเล่นรอบๆ ป่า ชื่นชมทัศนียภาพของที่นี่
อีกด้านหนึ่ง เฟิ่งจิ่วพาหยางหยางมาถึงเขตเรือนแห่งหนึ่ง ยังไม่ทันเข้าใกล้ เงาร่างหลายคนก็ปรากฏตัวขึ้น
“หยางหยาง!”
คนตระกูลจ้าวที่ฝึกจนกลายเป็นวิญญาณผู้ฝึกตนสามารถปรากฏตัวตอนกลางวันได้แล้ว ยามนี้พอเห็นหยางหยางติดตามนายของพวกเขากลับมา ก็อดตื้นตันใจไม่ได้
“นายท่าน ขอบพระคุณนายท่านที่พาหยางหยางกลับมาเยี่ยมพวกเรา” พวกเขาค้อมกายคำนับแล้วรีบเอ่ยขอบคุณ
สายตาของเฟิ่งจิ่วมองผ่านพวกเขา ยิ้มกล่าวว่า “ดูแล้วการฝึกของพวกเจ้ามีพัฒนาการขึ้นมาก เช่นนี้ก็ดี กลับไปข้าจะบอกกับท่านพ่อ ให้เขาพาหยางหยางกลับมาเยี่ยมพวกเจ้าทุกเดือน”
ได้ยินดังนั้น พวกเขาอดมองหน้ากันไม่ได้ รีบกล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้งอีกครั้ง “ขอบคุณนายท่านมาก”
พวกเขารู้ว่าตนเองเป็นวิญญาณผู้ฝึกตน อีกทั้งยังฝึกฝนได้ไม่แกร่งนัก หากใกล้ชิดกับหยางหยางหรือมีปฏิสัมพันธ์กับเขามากไปจะเป็นผลเสียต่อเขา ด้วยเหตุนี้แม้อยู่ใกล้กันมาตลอด แต่พวกเขาก็ไม่เคยออกจากที่นี่ไปเยี่ยมเขาในวังเลย
“ท่านปู่ ท่านย่า ท่านพ่อ ท่านแม่ หยางหยางคิดถึงพวกท่าน” เด็กน้อยวิ่งเข้าใส่อ้อมกอดของมารดา ถึงจะรู้สึกได้แต่ความเย็นเฉียบไร้ความอบอุ่น แต่พอได้เห็นหน้าพวกเขา หยางหยางก็ยังดีใจยิ่งนัก
เฟิ่งจิ่วเห็นอย่างนั้นก็ยิ้มบอกว่า “พวกเจ้าคง