ปดูในเมืองกัน”
“ดีเลย!” เยี่ยจิงยิ้มกว้าง ตามเธอไปเดินเล่นทั่ววัง ชมวิวตระการตาของวังหลวง จากนั้นหลังจากได้แจ้งไว้ว่าจะกลับมาก่อนงานเลี้ยงต้อนรับ พวกนางก็ออกจากวังไป
ครั้นกลับมาที่นี่แล้ว พวกองครักษ์ตระกูลเฟิ่งก็ถูกเฟิ่งจิ่วส่งกลับไปที่จวนเฟิ่งของเธอ แม้แต่พวกปี้ซานก็เหมือนกัน ตอนนี้คนที่ติดตามเฟิ่งจิ่วเหลือเพียงเหลิ่งซวงกับเหลิ่งหวาสองคนเท่านั้น
ถึงสองคนนี้จะไม่ได้มีความสามารถโดดเด่นที่สุดในบรรดาผู้ติดตามของเฟิ่งจิ่ว แต่ความภักดีของทั้งสองกลับไม่มีใครเทียบได้ อีกทั้งเป็นคนที่อยู่ข้างกายเธอมานานที่สุด ผ่านเรื่องราวต่างๆ กับเธอมามากที่สุด เรื่องใดที่เธอสั่ง คนทั้งสองมีแต่ทำตาม จะไม่ตั้งคำถามหรือสงสัยอะไรทั้งนั้น
และนี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่เธอให้ทั้งสองคนอยู่ข้างกาย
ถึงเฟิ่งจิ่วจะไม่ได้กลับมานานแล้ว แต่พอเธอปรากฏตัว เหล่าชาวบ้านในเมืองก็จำเธอได้ทันที พวกเขาทักทายเธอทุกคน บางคนที่ขายผลไม้ก็ทำท่าจะยัดผลไม้ใส่มือให้เธอเอากลับไปกิน เยี่ยจิงเห็นแล้วก็แปลกใจนัก
“องค์หญิง”
“องค์หญิงเพคะ”
“องค์หญิง…”
เสียงขานเรียกที่จริงใจและเปี่ยมไปด้วยความชมชอบดังขึ้นเป็นระลอก ตลอดทางที่เดินมา เหล่าชาวบ้านร้องเรียกไม่ขาดสาย บ้างก็โบกมือตะโกนเรียกเธอจากที่ไกลๆ
“องค์หญิง ท่านไม่ได้เสด็จมาที่แผงลอยของพวกเรานานแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ”
“องค์หญิง ช่วงนี้เหลาสุราของเรามีอาหารจานพิเศษเพิ่มมาหลายจานเลยนะเพคะ”
“องค์หญิง…”