ห้ห้องครัวทำมาวันนี้ล้วนเป็นอาหารแกล้มเหล้าได้ เชิญ” เขาทำท่าเชื้อเชิญ เฟิ่งจิ่วก็ไม่เกรงใจ จับตะเกียบคีบเนื้อมากินแกล้มสุรา
ไม่นานนัก เยี่ยฮูหยินก็ประคองเยี่ยจิงเดินออกมา ทั้งสองคนนั่งลงตรงโต๊ะ เพราะเยี่ยจิงป่วยมาสองสามเดือนนอนอยู่บนเตียงตลอด ออกมาตากแดดน้อยครั้งนัก ทั้งตัวจึงดูขาวซีดเล็กน้อย ประหนึ่งว่าแค่ลมแรงพัดมาก็ล้มลงได้
“เยี่ยจิง ร่างกายของเจ้าไม่เหมาะจะนอนบนเตียงตลอด ต้องออกมาเดินเยอะๆ ร่างกายถึงจะดีขึ้นโดยเร็ว” เฟิ่งจิ่วรินสุราให้นาง “เหล้านี้ไม่เลวเลย เจ้าเองก็ดื่มได้”
เยี่ยจิงเห็นเช่นนี้จึงยกขึ้นมาจิบเบาๆ ตัวนางเองไม่สนใจ แต่พ่อแม่ของนางค่อนข้างเป็นห่วงว่านางจะรับฤทธิ์แรงของเหล้าไม่ไหว
“ดื่มสองแก้วพอแล้ว เหล้านี้ดี คลายกังวลและกระตุ้นเลือดได้” เฟิ่งจิ่วกล่าว เห็นเยี่ยจิงดื่มหมดแก้วแล้วก็ยังรินอีกแก้วหนึ่ง จนกระทั่งเห็นใบหน้าของนางขึ้นสีแดงระเรื่อ ถึงจะคีบอาหารให้กินบ้าง
ท่านพ่อเยี่ยเดิมทีอยากห้ามปราม แต่เห็นว่าลูกสาวของเขาดื่มไปสองแก้วแล้วสีหน้าดีขึ้นไม่น้อย จึงไม่ได้พูดอะไร แต่คีบอาหารให้นางกินพลางคุยเล่นกับเฟิ่งจิ่ว
จวบจนมื้ออาหารของพวกเขาจบลง ในตอนนี้เอง พ่อบ้านลนลานเข้ามาจากด้านนอก “ผู้นำตระกูล องค์รัชทายาทมาขอรับ รออยู่ที่โถงด้านหน้า”
ยามได้ยินคำพูดนี้ บรรยากาศที่เคยดีจู่ๆ ก็เปลี่ยนไป สีหน้าท่านพ่อเยี่ยบึ้งตึง ความโกรธที่เก็บกดไว้แผ่กระจาบบนร่าง ไม่ต้องคิดเลย รัชทา