ห่วง
“ข้าดูให้หน่อยแล้วกัน!” เฟิ่งจิ่วกล่าว ก่อนจะก้าวไปนั่งลงข้างเตียงแล้วจับชีพจรนาง
เยี่ยฮูหยินที่อยู่ข้างๆ หยุดสายตาบนร่างของเฟิ่งจิ่ว แอบคิดในใจว่านางรู้เรื่องการแพทย์จริงๆ หรือ แต่ไม่ว่าจะรู้หรือไม่นางก็ล้วนปรารถนาดี ปล่อยนางไปแล้วกัน!
“จริงๆ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร แค่กังวลเกินไป ในใจเลยอัดอั้นสะสม” เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ และเก็บมือกลับมา “ข้าจะเขียนใบสั่งยาให้เจ้า สั่งคนต้มให้กินสั่งสองวันก็หาย ส่วนเรื่องที่เจ้าเป็นกังวล ข้าช่วยเจ้าแก้ปัญหาได้”
“เจ้ารู้หรือ?” เยี่ยจิงมองนาง
“อืม มิเช่นนั้นคงไม่มาหรอก”
เธอยิ้มๆ เอ่ยด้วยว่า “ข้าได้ยินท่านอาจารย์บอกแล้ว เดิมทีคิดจะเข้ามาขอดื่มเหล้ามงคล ใครจะรู้ว่าเจ้ากลับล้มป่วย ข้าให้คนไปตรวจสอบต้นสายปลายเหตุของเรื่องก็เข้าใจแจ่มแจ้ง เจ้าก็เหลือเกินจริงๆ ในเมื่อมีปัญหาทำไมไม่มาหาข้า? แม้ข้าไม่อยู่ แต่คนของข้ายังแก้ไขเรื่องนี้ได้”
นางได้ฟังคำพูดนี้ กระแสธารอุ่นก็ไหลผ่านในใจ “ข้าไม่อยากรบกวนเจ้า ถึงอย่างไรก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตระกูลข้า”
“พวกเราไม่ต้องเห็นเป็นคนนอกกันเลย ไม่ใช่หรือ? ไม่ได้รู้จักกันวันแรกเสียหน่อย” เธอหัวเราะเบาๆ
สองคนตรงนั้นโต้ตอบกันคนละประโยค สามีภรรยาตระกูลเยี่ยที่ฟังอยู่ข้างๆ ไม่เข้าใจเท่าไร นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ พวกนางกำลังคุยอะไรกัน?
อะไรคือนางแก้ปัญหาได้ ทำไมพวกเขาฟังไม่เข้าใจเลย?
เวลานี้ เฟิ่งจิ่วหันกลับไปมองผู้นำตระกูลเยี่ยอ