่ไม่ใช่ทั้งการทำนายหรือดูดวงโชคชะตา ทั้งยังมาขอเลือดจากฉันอีก ฉะนั้นขอบังอาจถามหน่อยเถอะว่า คุณใช้ศาสตร์ด้านไหนกันแน่?”
“เลือดเป็นสิ่งต้องห้าม ตั้งแต่สมัยโบราณ สิ่งใดก็ตามที่มีเลือดจะมีความเกี่ยวข้องกับความชั่วร้าย ฉันขอถามได้ไหม คุณเป็นนักพรตเต๋าผู้ชอบธรรมหรือเป็นเพียงคนขี้โกงกันแน่? และคุณอยากทำอะไรกับเลือดของฉัน?”
คำถามสามข้อติดต่อกันทำให้ทุกคนในกลุ่มผู้ชมวิพากษ์วิจาณ์ถึงเรื่องนี้ อาจารย์หลินพลันรู้สึกแย่และไม่อยากโต้เถียงกับเฝ่ยไป๋ลู่อีกต่อไป “นังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม เธอจะมารู้เรื่องอะไร ทุกคนในตระกูลเฝ่ยล้วนเป็นฉันที่ทำนายให้ทั้งนั้น!”
พลันเขาก็สะบัดแขนเสื้อแล้วจากไป
“อาจารย์หลิน ฉันลืมบอกไปว่าฉันเองก็สามารถทำนายโชคชะตาได้เช่นกัน” เสียงของเฝ่ยไป๋ลู่ไม่ดังและไม่เบา “คุณบอกว่าฉันเป็นเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม งั้นฉันก็กล้ายืนกรานว่าคุณจะอยู่ได้ไม่เกินหนึ่งเดือนนี้”
นี่เป็นครั้งแรกที่อาจารย์หลินได้ยินว่าเฝ่ยไป๋ลู่สามารถทำนายโชคชะตาได้ เขาจึงมองเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะส่ายหัวอย่างไม่ใส่ใจ
เฝ่ยไป๋ลู่ยังเด็กเกินไป จะมาเข้าใจวิชาคุณไสยที่ลึกซึ้งอะไรได้?
แม้ว่าเธอจะมีปรมาจารย์ผู้ทรงพลังคอยสอน แต่ก็ไม่มีทางไปถึงจุดสูงสุดได้ภายในระยะเวลาอันสั้นหรอก
ถ้าเฝ่ยไป๋ลู่มีความสามารถจริง ๆ ทำไมเธอถึงกลับมาหาตระกูลเฝ่ยเล่า?
ตอนนี้เธอแค่พูดคำที่ฟังดูรุนแรงเพื่อทำให้ผู้คนหวาดกลัว และทำท่