าเป็นประกาย มองหมีดำตัวใหญ่ที่ยืนนิ่งตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยอีกว่า “เล็กอีกหน่อย”
จึงเห็นหมีดำตัวใหญ่หมุนตัวอีกครั้ง จากนั้นก็ยืนมองเฟิ่งจิ่วอยู่ตรงนั้นนิ่งๆ ได้ยินนางบอกว่าเล็กลงอีก จึงหมุนตัวอีกครั้ง หมุนไปเรื่อยๆ หลายรอบ กระทั่งสุดท้ายกลายเป็นหมีดำตัวน้อยๆ ยืนนิ่งๆ ตรงนั้นและเซไปเซมา ประหนึ่งว่าหมุนเสียจนเวียนหัวจะล้มไปได้ทุกเมื่อ เฟิ่งจิ่วมองอย่างชอบใจ
“ว้าว ที่แท้ตัวเล็กได้เท่านี้จริงๆ เสี่ยวเฮย เจ้าเป็นเช่นนี้น่ารักเกินไปแล้ว” เฟิ่งจิ่วอุ้มมันขึ้นมา ความนุ่มฟูทำให้เธอตัดใจปล่อยไปไม่ได้
“ช่างเถอะ หากเจ้าเปลี่ยนเป็นตัวเล็กเช่นนี้ได้ อีกหน่อยก็ติดตามข้างกายข้าไปแล้วกัน!” เธอเปลี่ยนใจ รู้สึกว่าตนเองไม่อาจต้านทานเสี่ยวเฮยที่น่ารักน่าชังเช่นนี้ได้
อสูรกลืนเมฆานอนอยู่ข้างๆ เห็นก็ส่ายหาง ดวงตาหันมองไปหานายท่าน พบว่านายท่านเหมือนจะชอบสัตว์ขนฟูตัวเล็กๆ มากๆ
เห็นชัดว่าร่างแท้จริงของมันงามสง่าน่าเกรงขามไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง แต่นายท่านก็ชอบรูปร่างเช่นสุนัขของมันในตอนนี้ โอกาสที่มันจะคืนร่างได้มีเพียงระหว่างต่อสู้ ปกติติดตามข้างกายนายท่านได้แต่ปรากฏตัวด้วยร่างกายเล็กๆ เช่นนี้ กล้ามั่นใจได้ว่าหากมันคืนสู่ร่างแท้จริง เดาว่านายท่านคงทิ้งไว้ราชวงศ์เฟิ่งหวงไม่พาไปด้วย
แต่ความชอบของนายท่านเป็นเช่นนี้ หากภายหน้าเจอสัตว์ขนฟูตัวน้อยๆ เดาว่าคงเก็บมาไว้ข้างกาย มันกล้ามั่นใจได้ว่าเสี่ยวเฮยจะไม่ใช่ตัวสุดท้าย
“