งชัดเจนยิ่ง”
“เขาบรรลุระดับหลอมแก่นพลังแล้วไม่ใช่หรือ? กลิ่นอายบนร่างแน่นอนว่าแตกต่างไป”
“พูดถึงแล้ว เขาบรรลุขั้นเร็วจริงๆ เพิ่งไม่นานเท่าไรก็กลายเป็นผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลัง พวกเรายังหยุดอยู่ที่เดิม”
“เขาคนนี้เทียบใครไม่ได้หรอก เทียบใครต่อใครก็น่าโมโหนัก”
ขณะนักเรียนทุกคนพูดคุยกัน บนยอดเขาทั้งสองเนี่ยเถิงกับโอวหยางซิวไม่เดินไปใกล้ แต่ยืนมองร่างสีแดงบนยอดเขาไกลๆ
เนี่ยเถิงสับสนในใจ สำหรับเฟิ่งจิ่ว เขาคิดว่าหากตอนแรกไม่ใช้วิธีบังคับเช่นนั้น อาจจะต่างไปจากตอนนี้ หลังจากประสบพบเจอเรื่องราวมามากมาย ก็ไม่มีความคิดอยากจะครอบครองนางเช่นตอนแรกอีกแล้ว
เขารู้ว่านางไม่ใช่ผู้หญิงทั่วไป ความโดดเด่นหาใดเปรียบของนาง แม้แต่ผู้ชายก็สู้ไม่ได้เลย ผู้หญิงเช่นนี้ไม่ใช่คนที่เขาจะคู่ควร
ในห้วงความคิดของเขานึกถึงร่างเย็นชาเคร่งขรึมอย่างไร้สาเหตุ ผู้ชายที่แผ่พลังอำนาจแห่งราชันไปทั้งร่างคนนั้นถึงจะเป็นปลายทางสุดท้ายของนาง!
ส่วนโอวหยางซิวคิดต่างจากเขา เห็นร่างสีแดงในใจยามนี้มีเพียงความชื่นชม จากความไม่พอใจตอนแรกมาถึงตอนนี้ ไม่พูดไม่ได้ว่าเฟิ่งจิ่วทำให้เขาเลื่อมใสอย่างสุดใจ
แม้กำลังของเนี่ยเถิงแกร่งกว่า เขาก็ไม่เคยยอมรับเนี่ยเถิง แต่เฟิ่งจิ่วไม่เหมือนกัน เรื่องที่เขาทำไปไม่มีเรื่องไหนไม่ทำให้เขาตะลึงหรือไม่รู้สึกเหลือเชื่อ
อีกด้านหนึ่ง เฟิ่งจิ่วที่มาถึงยอดเขาหลักเห็นเจ้าสำนักนั่งชงชาตรงโต๊ะหิน เห็นท่าทางก็เข้