รทั้งนั้น ขะ ข้าทำไม่ได้หรอก!” ปี้ซานประคองหญิงชราขึ้นมา พร้อมกล่าวอย่างจนปัญญายิ่ง
“แม้แต่หลานชายข้าก็อุ้มมา แค่ขอร้องภูตหมอช่วยดูหน่อย ฮือๆๆ… ข้ามีเพียงหลานชายคนเดียว พ่อแม่ของเขาตายไปนานแล้ว พวกเรายายหลานพึ่งพาอาศัยกัน ขอร้องท่านล่ะๆ ให้ข้าพบภูตหมอหน่อยเถอะ!”
หญิงชราอุ้มหลานชายอายุสองสามขวบในอ้อมแขนพลางร้องไห้อ้อนวอน น้ำเสียงโศกเศร้าหมดหนทางกลับไม่อาจทำให้คนในโรงเตี๊ยมสัมผัสถึงได้
มนุษย์ล้วนเห็นแก่ตัว เรื่องไม่เกี่ยวกับพวกเขา แม้คนอื่นจะแย่แค่ไหน ความเศร้าในใจคงไม่เท่าเกิดเรื่องกับตนเอง
ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาส่วนใหญ่เป็นผู้ฝึกบำเพ็ญ เห็นความเป็นความตายเสียจนลึกซึ้งยิ่งนัก ส่วนใหญ่เป็นคนเย็นชาเลือดเย็น แค่เด็กน้อยคนเดียว สำหรับพวกเขาตายเป็นตาย ไม่รู้สึกสงสารหรือเวทนาสักนิด
ยามนี้ประตูห้องก็เปิดออกเสียงดัง
………………………………………………….