ามีของดีเท่าไหร่มาซื้อชีวิตของเจ้าได้”
น้ำเสียงเฉื่อยชามีความไม่แยแสบางส่วนดังเข้าหู ทำให้ชายวัยกลางคนทำหน้าร้องไห้
เดิมนึกว่าเป็นแค่แกะอ้วนรอเชือด ใครจะรู้ว่าตนเองกลับกลายเป็นแกะอ้วนรอเชือดตัวนั้น แต่สถานการณ์เช่นนี้หมดหนทางแล้ว ไม่ว่าเขาส่งสิ่งของติดตัวไปเอง หรือถูกเด็กหนุ่มฆ่าและเก็บสิ่งของไปก็เหมือนกันทั้งนั้น สิ่งของของเขารักษาไม่ได้ แค่หวังว่าจะรักษาชีวิตไว้ได้
เขาจึงแข็งขืนร่างกาย พลางบอกว่า “ข้าจะหยิบๆ คุณชายอย่าโมโห ข้าจะหยิบถุงฟ้าดินให้ท่าน” เขารีบร้อนหยิบถุงฟ้าดินออกมา แล้วทิ้งสิ่งของล้ำค่ายื่นให้เขาไปพร้อมกัน
“คุณชาย ข้าอยากขอโอกาสรอดชีวิต”
หลังจากรับมาเฟิ่งจิ่วยื่นมือไปสับท้ายทอยของเขา เห็นเขาร้องอู้อี้และล้มลงไป เห็นเช่นนี้ถึงจะเก็บถุงฟ้าดินเดินออกไป คิดจะกลับโรงเตี๊ยมก่อน
กลับเข้าห้องมาทางหน้าต่างก็ได้ยินเสียงดังมาจากด้านนอก
“พี่ชายท่านนี้ ได้โปรดให้ข้าเข้าไปเถอะ! หลานชายของข้าป่วยอาการสาหัสมากจริงๆ ข้าถามท่านหมอมาหลายคนล้วนบอกว่าช่วยไม่ได้ แต่มีคนบอกว่าภูตหมอช่วยได้ ภูตหมอช่วยชีวิตหลานชายของข้าได้ พี่ชาย ข้าขอร้องท่าน ข้าคุกเข่าให้ท่านแล้วๆ ให้ข้าไปพบภูตหมอเถอะ! ข้าขอร้องท่าน”
เฟิ่งจิ่วในห้องฟังเสียงด้านนอกพลางเปลี่ยนเสื้อผ้าและล้างหน้า หลังจากล้างเครื่องพรางตัวก็เช็ดๆ รอยน้ำบนหน้า ถึงจะก้าวเดินออกไป
“ท่านป้า ไม่ใช่ว่าข้าไม่ช่วยท่าน นายท่านของข้ามีคำสั่งว่าจะไม่พบใค