งคนด้านนอกสวมชุดมังกรเหลืองอร่ามเดินเข้ามาพร้อมผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณสองคน รวมถึงนางกำนัลสองสามคน เพียงก้าวเข้าตำหนักด้านข้างเขาก็พินิจมองร่างสีแดงที่ยืนอยู่
สิ่งแรกสุดที่สะท้อนสู่สายตาคือใบหน้างดงามหาใดเปรียบปานเทพจุติ รวมถึงดวงตาลึกลับที่เย็นชาลึกล้ำ ความมั่นใจและรักอิสระที่เปล่งประกายตรงหว่างคิ้ว ทำให้เขาจิตใจเบิกบาน
หากไม่รู้จากข้อมูลแต่แรกว่าเขาตรงหน้าอันที่จริงเป็นสาวน้อยคนหนึ่ง ลำพังแค่มองเช่นนี้ก็มองไม่ออกจริงๆ ว่านางเป็นผู้หญิง เพราะบนร่างของเฟิ่งจิ่วไม่ได้กลิ่นของแป้งหรือชาดสักนิด มีแต่กลิ่นอายสูงศักดิ์ที่ชั่วร้ายซุกซน
กลิ่นอายนั้นเหมือนมีมาแต่เกิด แผ่ออกมาจากข้างใน ท่าทางเคลื่อนไหวเห็นได้ถึงรัศมีน่าสะพรึงและการฝึกฝนที่ไม่ธรรมดา ไม่พูดไม่ได้ว่าแม้แต่ในหมู่ลูกชายลูกสาวใต้ตักของเขา ไม่มีใครสักคนเทียบเคียงคนตรงหน้าได้
บุคคลที่โดดเด่นและงามสง่าหาใดดเปรียบเช่นนี้ ได้รับการเลี้ยงดูมาจากแคว้นเล็กๆ จริงๆ หรือ?
ย่างก้าวมั่นคงสูงศักดิ์ ดวงตาเฉียบแหลมแฝงประกายคม หน้าตาน่าเกรงขามริมฝีปากเม้มเล็กน้อย ท่าทางน่ากลัวเช่นผู้เหนือกว่ากระจายไปทั่วร่าง คนคนนี้น่าจะเป็นคนที่เข่นฆ่าได้อย่างเด็ดขาด
นี่เป็นความประทับใจแรกของเฟิ่งจิ่วที่มีต่อผู้ครองแคว้นสวรรค์บันดาล
“ผู้ครองแคว้น” รอเขานั่งตำแหน่งผู้อาวุโส เธอก็ประสานมือคารวะเล็กน้อย
“ภูตหมอไม่ต้องมากพิธี เชิญนั่ง” ใบหน้าของเขาเผยรอยยิ้ม พร้อม