างมา? และยืนยันความสัมพันธ์เสียก่อน?”
“ถูกต้อง เดิมทีพวกเราเป็นตระกูลแม่ของนาง จะรับนางกลับมาก็ต้องเป็นเช่นนั้น”
ทว่าผู้นำตระกูลซั่งกวนนึกถึงว่าเฟิ่งจิ่วรับมือได้ยาก ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ “แต่ข้าว่าเฟิ่งจิ่วไม่เหมือนสาวน้อยอายุสิบกว่าทั่วไป นางทำให้ข้ารู้สึกแปลกมากๆ อีกอย่างท่าทางเช่นผู้เหนือกว่า ข้าถูกสายตาเย็นชาดุร้ายของนางกวาดมองบนถนนใหญ่ยังรู้สึกหวาดกลัว คิดว่านางไม่ใช่คนที่จัดการได้ง่ายๆ”
“แล้วอย่างไร? ไม่ว่านางยอมรับหรือไม่ ความสัมพันธ์ทางสายเลือดยังมีอยู่” น้ำเสียงของผู้เฒ่าไม่รู้สึกอะไร เพียงคิดว่าในเมื่อเป็นลูกสาวของลูกสาวเขา เป็นหลานสาวนอกตระกูลของเรา เช่นนั้นก็กลับมาตระกูลซั่งกวนได้
ถึงเวลานั้นหากนางให้ตำรายาเซียนมาเสีย ลำพังแค่ใช้ตำรายาเซียนพวกนั้นมาให้พวกเขาปรุงกลั่นก็ได้รับผลตอบแทนมากมาย รับนางกลับมามีแต่ผลดีต่อพวกเขาไม่มีผลเสีย
“เช่นนั้นข้าจะไปเตรียมการเดี๋ยวนี้ ท่านพ่อเตรียมจะเข้าวังเมื่อไร? ข้าจะสั่งการลงไปทันที”
“รออีกสักพักค่อยไป” เขาส่งสัญญาณให้เขาออกไปก่อน
“ขอรับ” ผู้นำตระกูลซั่งกวนถอยไป ยามนี้ผู้อาวุโสที่คอยด้านนอกเห็นเขาออกมา ถึงจะก้าวเข้าไป มาถึงข้างในก็คารวะผู้เฒ่าเป็นอันดับแรก
“คารวะท่านผู้เฒ่า”
“อืม เต๋อเจิ้ง เจ้ามาทำไมเล่า?” ผู้เฒ่าถามไป พร้อมมองผู้มาใหม่
………………………………………………….