ี่ถอยไปตรงประตู ถามว่า “ภูตหมอไปไหน?”
“เรียนท่านผู้อาวุโสสาม ตอนข้าน้อยกลับมารายงาน พวกเขากำลังไปโรงเตี๊ยม เวลานี้อาจอยู่ในโรงเตี๊ยม พวกเรามีคนตามไปแล้วขอรับ”
“อืม นำทางไป!” เขาส่งสัญญาณให้ทหารอารักขานำทางข้างหน้า
“ขอรับ” ทหารอารักขาขานรับ แล้วออกไปนอกจวนพร้อมเขา
เวลาเดียวกันนี้พวกของเฟิ่งจิ่วสองคนจองห้องและเดินออกจากโรงเตี๊ยม ปี้ซานกดเสียงเบาลงเอ่ยว่า “นายท่าน เหมือนจะมีคนตามพวกเรามาตลอด หนำซ้ำยังไม่ใช่แค่คนกลุ่มเดียว”
“เช่นนี้ก็สลัดทิ้งสิ!” เธอกล่าวอย่างไม่สนใจ พร้อมสาวก้าวพาเขาเดินไปตามถนนใหญ่
เดี๋ยวเร็วเดี๋ยวช้าเดี๋ยวหยุดทองสิ่งของข้างทางเสียหน่อย กลุ่มคนที่ตามมาด้านหลังกังวลเล็กน้อยกลัวจะคลาดกันและกลัวว่าตามติดเกินไปจะโดนพบ กระทั่งเวลาประมาณหนึ่งก้านธูป
“เอ๊? คนล่ะ? ทำไมไม่เห็นแล้ว?” ผู้ชายสองคนเดินออกมาจากมุมมืด เห็นสองคนข้างหน้าที่ดูสิ่งของตรงร้านหาบเร่ไม่รู้หายไปเมื่อไร
ไม่เพียงพวกเขา คนอื่นๆ เห็นว่าคลาดกันก็ตามหารอบๆ คนมากมายเพียงนี้คอยมอง นึกไม่ถึงว่าจะคลาดกันเสียแล้ว? เช่นนี้จะอธิบายเบื้องบนอย่างไร?
อีกด้านหนึ่งเฟิ่งจิ่วพาปี้ซานมานั่งในมุมของร้านหาบเร่ที่ลับตาคน รอบๆ ร้านวางผ้าปิดไว้ อีกทั้งพวกเขานั่งอยู่มุมหลืบ กันคนข้างนอกไว้ ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีคนเห็น
เฟิ่งจิ่วสั่งพวกอาหารว่างรวมถึงน้ำแกงหวานหนึ่งชาม แล้วนั่งกินตรงนั้นอย่างใจเย็น
“นายท่าน คนพวกนั้นผ่านไปแล้วขอรับ” ปี้ซ