นี้ชายชราคนหนึ่งก็เดินเข้ามาจากด้านนอก
“ผู้นำตระกูล ข้าได้ยินข่าวบอกว่าภูตหมอมาเมืองหลวง? ไม่ทราบว่าตระกูลซั่งกวนของพวกเราได้ส่งคนไปรับหรือไม่?” ผู้มาใหม่คือผู้อาวุโสสามตระกูลซั่งกวนที่เคยมีวาสนาพบหน้าเฟิ่งจิ่ว
“แค่เด็กหนุ่มอายุสิบกว่าที่เพิ่งแสดงตัวครั้งแรกเท่านั้น ท่านผู้อาวุโสสามก็ยกยอเขาเกินไปหน่อย ตระกูลซั่งกวนของเราเป็นตระกูลนักเล่นแร่แปรธาตุในแคว้นใหญ่ระดับหนึ่ง หากไปเอาใจเด็กหนุ่มที่ไม่รู้ที่มาที่ไป คนจะไม่หัวเราะเยาะหรือ?” ผู้นำตระกูลซั่งกวนตรงที่นั่งอาวุโสไม่ใช่นายท่านของตระกูลซั่งกวน แต่เป็นลูกชายคนโตของนายท่าน นับว่าเป็นน้าชายของเฟิ่งจิ่ว
ผู้อาวุโสสามได้ยินเช่นนี้ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ผู้นำตระกูล เฟิ่งจิ่วคนนี้ไม่ใช่คนไร้ความทะเยอทะยาน สิ่งที่เขาปรุงกลั่นแม้แต่ตระกูลซั่งกวนของพวกเรายังกลั่นไม่ได้ ข้อนี้ปฏิเสธไม่ได้ หากเขาไม่มาเมืองหลวงของเราก็แล้วไป หากมาที่นี่แต่พวกเราไม่ไปเชื้อเชิญ ไม่เท่ากับยกโอกาสให้คนอื่นไปเปล่าๆ หรือ?”
เสียงของเขาชะงักไป ก่อนเอ่ยว่า “ข้าเคยมีวาสนาพบหน้าเขา หากให้ข้าไปเชิญอาจพาเขามาตระกูลซั่งกวนของเราได้จริง ถ้าหารือกันในด้านกลั่นยาเซียนได้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อตระกูลซั่งกวนของเรา”
………………………………………………….