่างทางมีสหายไปด้วยกันไม่ดีกว่าหรือ หากเจ้ามีธุระอะไรต้องจัดการ พวกเรายังอาจช่วยได้”
“ไม่ต้องหรอก เรื่องนี้ข้าจัดการเองได้” เธอยิ้มๆ และถามว่า “กินอิ่มแล้วนอนไม่ดีต่อร่างกาย จะออกไปเดินเล่นตลาดกลางคืนสักหน่อยค่อยกลับมาหรือไม่?”
“ได้สิ”
ทุกคนขานรับ หากไปด้วยกันกับเฟิ่งจิ่ว พวกเขายอมออกไปเดินเล่นด้วย แม้เรื่องเช่นการเดินเล่นตลาดกลางคืนส่วนใหญ่จะมีแต่ผู้หญิงที่ชื่นชอบก็ตาม พวกเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเฟิ่งจิ่วถึงชอบเดินเล่นด้วย
ดังนั้นเอง เหล่าเด็กหนุ่มที่ไม่ค่อยชอบเดินเล่นจึงไปเดินเล่นตลาดกลางคืนเป็นเพื่อนเฟิ่งจิ่วเช่นนี้ ส่วนปี้ซานอยู่ในโรงเตี๊ยมไม่ได้ตามไป
พวกเขาล้วนเป็นเด็กรุ่นเยาว์อายุสิบกว่าปี หน้าตาโดดเด่นและหล่อเหลา แต่ละคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อีกทั้งยังสวมเสื้อผ้าหรูหรา มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นบุตรตระกูลสูงศักดิ์ ยามเดินไปบนถนนใหญ่จึงดึงดูดสายตาคนไม่น้อยเป็นธรรมดา ในหมู่นั้นมากสุดคือสาวน้อยอายุสิบกว่าปี
เมื่อเห็นสาวน้อยพวกนั้นยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดหน้าเล็กน้อย แล้วเหล่มองมาทางพวกเขาอย่างเขินอาย ซ่งหมิงเชิดหน้าด้วยความภาคภูมิใจ วางท่าทางเช่นคุณชายผู้สูงศักดิ์งดงาม ก่อนเอ่ยว่า “ข้าองอาจห้าวหาญ เดินไปไหนล้วนทำให้หญิงสาวนับหมื่นพันหลงใหลตามคาด”
“เจ้าติดเป็นนิสัยแล้ว” ลั่วเฟยชายมองเขา “เห็นชัดๆ ว่ากำลังมองข้า”
“เป็นไปได้อย่างไร? กำลังมองข้าต่างหาก” หนิงหลางลูบท้องกลมๆ พร้อมหยีตายิ้มเอ่ยอย่