ก่นพลังคนไหนละโมบอย่างเขาบ้าง?
“หนิงหลาง เหมือนเจ้าจะไม่ได้สู้ด้วย เก็บมาไม่อายเลยหรือ?” เธอถามอย่างสบายๆ พลางมองรอยยิ้มตรงมุมปากของเขาแข็งทื่อ แล้วเงยหน้ามามองเธออย่างอักอ่วน
“ฮี่ๆ ข้าก็ไม่คิดจะเก็บไว้เองหรอก! แค่ตรวจนับของรางวัลแทนปี้ซานเองไม่ใช่หรือ?” เขากล่าวจบก็มอบของที่ได้มาจากผู้ฝึกตนไร้สำนักพวกนั้นให้ปี้ซานทั้งหมด “นี่ ให้เจ้าแล้วกัน! เก็บไว้ดีๆ ล่ะ”
“นี่…” ปี้ซานกำลังจะปฏิเสธ ก็ได้ยินเสียงนายท่านดังแว่วมา
“รับไปเถอะ! ของติดตัวเจ้าโดนทหารรับจ้างพวกนั้นเก็บไปไม่ใช่หรือ เติมของสักหน่อยพอดี สองมือจะได้ไม่ว่าง”
“ขอรับ ขอบคุณนายท่าน” เขาขานรับแล้วถึงจะรับของมา
“อย่างไรข้าก็ช่วยเจ้าตรวจนับ ทำไมไม่ขอบคุณข้าบ้าง?” หนิงหลางแค่นเสียงหยันก่อนเอ่ย
“ขอบคุณคุณชายหนิงมากเช่นกัน” ปี้ซานยิ้มพลางประสานมือคารวะ
“ประมาณนี้แหละ” หนิงหลางจึงค่อยเผยรอยยิ้มออกมา มองบริเวณรอยแยกตรงหน้า แล้วมองทางเฟิ่งจิ่ว “พวกเราจะข้ามไปตามวิธีเดิมที่ข้ามมาหรือไม่?”
“อืม ก็ได้” เฟิ่งจิ่วพยักหน้า
ซ่งหมิงที่อยู่ข้างๆ เดินยิ้มออกมา “ดูข้านะ” เขามาตรงชายขอบ ใช้เกาทัณฑ์ยิงไปยังฝั่งตรงข้ามและดึงเชือกไว้เป็นตัวช่วยตามวิธีที่พวกเขาเคยข้ามมา
ไม่นานนัก พวกเขาเดินไปบนเชือกทีละคน หลังจากทุกคนมาถึงอีกฝั่งหนึ่ง ซ่งหมิงจึงค่อยเก็บเชือกกลับไป จากนั้นกลุ่มคนอาศัยฟ้ายามค่ำคืนเดินหน้าต่อ จนกระทั่งฟ้าสว่างก็ออกมาจากที่แห่งนี้
“อ๊ะ! พร