ะอาทิตย์ขึ้นมาแล้ว พวกเราก็ออกมาเช่นกัน นึกไม่ถึงว่าข้าจะไม่เสียแขนขา หนำซ้ำยังได้ของดีมาไม่น้อย ช่างสุขใจจริงๆ”
หนิงหลางกางสองแขนออกกว้าง แหงนหน้ามองฟ้าพลางส่งเสียงร้องดีใจ ร่างกายอ้วนท้วนวิ่งไปมากลางเส้นทางภูเขา ทั้งตัวเปี่ยมด้วยความยินดีที่ไม่อาจเก็บงำไว้ ทำให้คนเห็นแล้วอดยิ้มออกมาไม่ได้
เฟิ่งจิ่วหัวเราะเบาๆ บอกว่า “เจ้าไม่เพียงไม่เสียแขนขา แต่คาดว่ายังอ้วนพีด้วย หรือเจ้าไม่รู้สึกว่าท้องตัวเองปลิ้นออกมาแล้ว?” ดวงตาของเธอมองลงไป สายตาหยุดบนท้องกลมๆ ของเขา
คนอื่นๆ ข้างเธอได้ยินเช่นนี้ก็หัวเราะขึ้นมา ส่วนหนิงหลางก้มหน้ามอง ก่อนจะลูบๆ ท้องของตนเองและฉีกยิ้ม “ฮี่ๆ แม่ข้าบอกว่าเป็นท้องเก็บทรัพย์ ท้องข้าอ้วนขึ้นอีกแล้ว แสดงว่าช่วงนี้ข้าหาเงินได้ไม่น้อย ฮ่าๆๆ!”
“เหลวไหล” ต้วนเยี่ยส่ายหน้า คิดว่าเขาแค่กำลังพูดจาเพ้อเจ้อ
“ใช่ พวกเราหามาได้น้อยกว่าเจ้าหรือไร ทำไมไม่เห็นท้องพวกเรากลมเหมือนเจ้า? อ้วนคืออ้วน ยังจะมาหาข้ออ้างอีก มีอะไรน่าปิดบังเล่า?” ลั่วเฟยหัวเราะฮี่ๆ ขณะจ้องท้องกลมๆ ของอีกฝ่ายอย่างหยอกล้อ
ซ่งหมิงเห็นเช่นนี้ก็โบกๆ มือ ยิ้มเอ่ยว่า “เอาเถอะๆ อย่าพูดถึงเขาเลย หากเขาไม่อ้วนจะเรียกเจ้าอ้วนได้อย่างไร พวกเจ้าว่าใช่หรือไม่? ฮ่าๆๆ”
ทุกคนได้ยินคำพูดนี้ก็หัวเราะร่าขึ้นมา ส่วนหนิงหลางทำหน้าน้อยใจ “ข้าไม่ได้ชื่อเจ้าอ้วน ข้าชื่อหนิงหลาง ชื่อของข้าไพเราะยิ่งนัก”
………………………………………………….