้ออกมาชี้ผู้ฝึกตนไร้สำนักเบื้องหน้า
“เจ้าพวกไม่ดูตาม้าตาเรือ! คำพูดหยาบช้าล้นปากขัดหูนัก!” กลิ่นอายพลังวิญญาณบนร่างปี้ซานเอ่อล้นออกมา นั่นคือจิตมุ่งต่อสู้ที่กระหายเลือด แม้เขาเป็นผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังขั้นกลาง แต่มีประสบการณ์การต่อสู้มาไม่ต่ำกว่าร้อยครั้งแล้ว จิตมุ่งต่อสู้ที่มีผู้ฝึกตนไร้สำนักทั่วไปเทียบไม่ได้แน่นอน
เฟิ่งจิ่วเห็นเช่นนี้ จึงส่งสายตาสื่อให้คนอื่นถอยไปข้างๆ
ผู้ฝึกตนไร้สำนักกลุ่มนั้นมีสิบกว่าคน ในนั้นนอกจากผู้ฝึกตนหลอมแก่นพลังขั้นสูงสุดคนนั้น คนอื่นล้วนเป็นระดับสร้างรากฐาน ถือโอกาสดูเสียหน่อยว่ากำลังต่อสู้ของปี้ซานอยู่ระดับไหน
พวกหนิงหลางเห็นดังนั้นก็นิ่งมอง ยามนี้ปี้ซานเป็นผู้คุ้มกันข้างกายเฟิ่งจิ่วแล้ว เช่นนั้นพวกเขาควรช่วยตรวจสอบดูเสียหน่อย ว่าเขามีคุณสมบัติพอจะอยู่ข้างกายเฟิ่งจิ่วจริงหรือไม่ หากกำลังต่อสู้อ่อนแอเกินไป หลังออกจากที่นี่ไปค่อยให้เฟิ่งจิ่วส่งเขากลับก็ได้
ทว่า เมื่อเห็นจิตมุ่งต่อสู้อันดุดันกับจิตสังหารน่าสะพรึงที่ปะทุจากร่างของเขาก็แปลกใจกันเล็กน้อย ลงมือรวดเร็วรุนแรงและสะอาดหมดจด มองไม่ออกเลย! ท่าทางพอมีฝีมือจริงๆ หากหนึ่งคนสู้สิบกว่าคนได้ก็ไม่แย่แล้ว
“ฟิ้ว!”
“แกร๊ง!”
………………………………………………….