นึ่งวางตรงขาที่บาดเจ็บของเขา จากนั้นประกายแสงสีเขียวราวกับพลังชีวิตต้นไม้พลุ่งพล่านออกมาจากฝ่ามือเธอ แล้วไหลเข้าสู่ในไขกระดูกของเขา ซ่อมแซมจุดที่กระดูกหักด้วยความรวดเร็ว แม้แต่แผลพวกนั้นก็ยังฟื้นสภาพอย่างเร็วไวด้วย เพียงแต่พันผ้าไว้จึงไม่มีใครเห็น
นั่นเป็นกลิ่นอายสีเขียวที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า พลังชีวิตหลั่งไหลเข้าไปอย่างต่อเนื่อง อบอุ่นดั่งเปลวไฟ ทำให้ปี้ซานแอบนึกประหลาด จนกระทั่งประมาณครึ่งก้านธูปผ่านไป เห็นสีหน้าของเจ้านายขาวซีดเล็กน้อยและมีเหงื่อไหลตรงหน้าผาก ก็รีบถามว่า “นายท่าน ไม่เป็นอะไรใช่ไหมขอรับ?”
“ไม่เป็นไร แค่ใช้พลังมากเกินไป เจ้าลุกขึ้นมาขยับดูหน่อย” เฟิ่งจิ่วเช็ดๆ เหงื่อ เธอใช้ความสามารถของพลังชีวิตมารักษาเป็นครั้งแรก ไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร
“ละ ลุกขึ้นได้แล้ว?” ปี้ซานถามด้วยความตกใจเล็กน้อย ครั้นเห็นอีกฝ่ายพยักหน้าถึงค่อยขยับขา ทว่าขยับคราวนี้ กลับรู้สึกได้อย่างชัดเจนยิ่งว่าความเจ็บที่แผ่ซ่านมาบนขาหายไปจนหมดสิ้น ประหนึ่งว่าขาของเขาไม่เคยบาดเจ็บ
หลังจากตื่นตกใจ เขารีบร้อนลุกขึ้นมา พอตรวจดูก็อดแปลกใจไม่ได้ “นายท่าน ขาของข้า ขาของข้าดีขึ้นจริงๆ ไม่เจ็บ เดินได้แล้ว”
………………………………………………….