อกเดินทาง ใครจะรู้ว่างูตัวนั้นกลับพลันพุ่งขึ้นมา หางของมันตบลงพื้น ไม่นานนักปากก็คายของออกมาไม่น้อย
สิ่งของพวกนั้นมีของจำพวกถุงฟ้าดิน หยกประดับ และกริช มีสมบัติล้ำค่าที่เปล่งแสงบางส่วน ทั้งเล็กทั้งใหญ่วางกองระเกะระกะตรงหน้า มันใช้หัวงูดันของ จากนั้นมองเฟิ่งจิ่วบนท้องฟ้าพร้อมส่งเสียงฟ่อๆ
“ว้าว! พวกนี้เป็นของมีค่าทั้งนั้นเลย!” หนิงหลางดวงตาเป็นประกาย มองเฟิ่งจิ่วและถามว่า “หรือมันจะมอบของพวกนี้ให้เจ้า?”
พวกของต้วนเยี่ยข้างๆ กันมองไปทางเฟิ่งจิ่ว นึกไม่ถึงว่างูจะคายของพวกนั้นมาให้เขา? ช่างน่าแปลกนัก
เฟิ่งจิ่วอึ้งไปเช่นกัน “ข้าไม่รู้! ครั้งก่อนมันพางูตัวเล็กฝูงหนึ่งมาไล่ตามข้า! แต่ครั้งนี้รอบๆ เหมือนจะมีมันแค่ตัวเดียว ถุงฟ้าดินอะไรพวกนั้น เดาว่าคงได้มาจากคนที่โดนมันกิน แต่ทำไมถึงเอามาให้ข้า ข้อนี้ข้าไม่รู้จริงๆ”
“เช่นนั้นจะลงไปเก็บไหม?” หนิงหลางเสนอ
“ลงไป? เจ้าไม่กลัวโดนงูกินหรือไร?” ลั่วเฟยมองเขาพลางกล่าว
“ไม่น่ากระมัง? เจ้าดูท่าทางของมันไม่เหมือนจะสู้กับพวกเราเลย หนำซ้ำพวกเจ้าดูสิ! กองสมบัติราวภูเขาเล็กๆ นั่น ขนาดภายนอกยังมากมายเพียงนั้น ไม่รู้ว่าในถุงฟ้าดินจะมีอีกเท่าไร! สมบัติมาส่งถึงตรงหน้า พวกเราไม่ไปเก็บก็ไม่สมเหตุสมผลเท่าไร!”
เฟิ่งจิ่วเห็นเช่นนี้ก็นั่งขนนกบินลดระดับลงมาเล็กน้อย มองงูยักษ์พลางเอ่ยถามว่า “ให้ข้าหรือ?”
“ฟ่อ!”
งูยักษ์ร้องฟ่อและพยักหน้า เหมือนจะฟังคำพูดของเฟิ่งจิ่วเข