จิ่วคุ้มกันพวกเขา ปกป้องพวกเขา ตอนนี้ถึงคราพวกเขาปกป้องเฟิ่งจิ่วบ้างแล้ว!
อสูรกลืนเมฆานั่งหมอบอยู่ข้างๆ พลางเงยหน้ามองโดยไม่พูดอะไร ทำแค่มองพวกเขา แล้วหันกลับไปมองท้องฟ้า รวมถึงอาศรมที่กำลังดูดกลิ่นอายพลังวิญญาณรอบๆ มา
ไม่รู้ว่านายท่านทะลวงขั้นครั้งนี้จะต่อเนื่องไปนานอีกเพียงใด?
คนนอกไม่รู้ว่า ยามนี้เฟิ่งจิ่วไม่เพียงมีพลังวิญญาณเอ่อล้นบนร่าง ร่างกายก็กำลังดูดกลืนพลังชีวิตของต้นไม้โดยรอบ แม้แต่หงส์ไฟสัตว์เทวะโบราณที่บำเพ็ญฌานอยู่ในห้วงมิติ ตอนนี้ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
นี่ทำให้เหล่าไป๋ที่เฝ้าอยู่ข้างในเห็นแล้วไม่กล้าเข้าใกล้ ได้แต่หลบไปไกลๆ อีกด้าน คอยสังเกตการณ์เงียบๆ
ภายในห้วงมิติ หงส์ไฟที่ขดตัวราวทารกแรกเกิดขยับอยู่ท่ามกลางเปลวไฟ กลิ่นอายพลังวิญญาณข้างนอกที่หลั่งไหลเข้ามาทำให้ความเร็วในการฝึกบำเพ็ญของมันเพิ่มสูงขึ้น ร่างกายก็เกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
คนข้างนอกไม่มีทางรู้เรื่องนี้เลย
เม็ดบัวเขียวตรงจุดตันเถียนของเฟิ่งจิ่วที่กำลังนั่งขัดสมาธิในอาศรมแผ่ประกายสีเขียวพลางหมุนขยับ ดูดพลังชีวิตด้านนอกอย่างรวดเร็วและกลืนลงไปด้วยความตะกละตะกลาม
นั่นเป็นการดูดซับที่ไม่อาจควบคุมได้ แม้แต่เฟิ่งจิ่วก็หยุดไม่ได้ มิเช่นนั้นคงไม่ปล่อยให้ตนเองรับมาตลอด ทำให้เกิดปรากฏการณ์ใหญ่โตเพียงนี้
เพียงแต่ตอนแรกเริ่มทะลวงขั้น ร่างกายดูดซับกลิ่นอายพลังวิญญาณและพลังชีวิตข้างนอกโดยอิสระ จนกระทั่งทั้งหมดไ