่องนี้ก็พูดยากแล้ว”
หนิงหลางกล่าว แล้วบอกว่า “แม้แต่ก่อนข้าไม่สนใจสักเท่าไร แต่ก็รู้ว่าชื่อเสียงของภูตหมอโด่งดังอย่างยิ่ง กลุ่มอำนาจไม่น้อยอยากตามหาตัวเขา แต่เล่ากันว่านอกจากตลาดมืดที่คบหาสมาคมกับภูตหมอ คนพวกนั้นก็ไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของภูตหมอและไม่รู้ว่าเขาเป็นคนแคว้นใด”
“หรือจะเป็นคนแคว้นระดับหนึ่ง?”
“เป็นไปได้อย่างไร? คนแคว้นระดับหนึ่งจะวิ่งไปสำนักศึกษาหกดาราหรือ”
“มันก็พูดยาก อยู่ด้วยกันมาตั้งนาน พวกเจ้าก็รู้ว่านิสัยเขาพิลึกมาก คนแคว้นระดับหนึ่งวิ่งไปสำนักศึกษาหกดาราจะน่าแปลกอะไร?”
พวกเขาได้ยินคำเอ่ยเช่นนี้ ก็ไม่พูดอะไรต่อ เพราะคิดว่าน่าจะเป็นไปได้จริงๆ
“กลืนเมฆารู้ไม่ใช่หรือ ลองถามมันดูสิ?” หนิงหลางชำเลืองมองอสูรกลืนเมฆาที่นอนหมอบอยู่นอกอาศรม เอ่ยด้วยดวงตาเป็นประกาย
“ให้อสูรกลืนเมฆาปริปากยากกว่าทำให้ก้อนหินพูดได้เสียอีก ช่างเถอะ!” ลั่วเฟยโบกๆ มือบอก
ขณะพวกเขากำลังพูดคุย พลันเห็นว่ากลิ่นอายในอากาศเหมือนจะต่างจากเดิมเล็กน้อย ก็อดตกใจไม่ได้ ลุกขึ้นมามองไปบนฟ้าอย่างรวดเร็ว เพียงเห็นชั้นเมฆสีดำปรากฏบนท้องฟ้า กลิ่นอายทะลักล้นประหนึ่งจะปกคลุมทั้งฟากฟ้าเอาไว้
ในอากาศบนพื้นดิน ลมคลั่งโหมพัดในฉับพลัน เศษหินดินทรายปลิวว่อน ใบไม้ฝุ่นดินพากันลอยขึ้นมาทำให้สายตาพร่ามัว
………………………………………………….