ไปตามทางของตนเองแล้ว!
“หนึ่งปีนี้ผ่านไปเร็วมากจริงๆ รู้สึกว่าพริบตาเดียวก็ผ่านไปแล้ว” ซ่งหมิงกล่าวอย่างทอดถอนใจ คิดว่าเมื่อครบหนึ่งปีแล้วต้องแยกกันไป ในใจก็เกิดความรู้สึกอาลัยอาวรณ์อย่างอดไม่ได้
“พอคิดว่าต้องแยกย้ายจากเฟิ่งจิ่ว ข้าก็ไม่สบายใจเลย” ยามนี้ใบหน้าอ่อนวัยของต้วนเยี่ยไร้ซึ่งรอยยิ้ม มีเพียงความเศร้าใจและอาลัย
“ใช่! ข้าก็เหมือนกัน ข้าไม่อยากกลับบ้าน ข้าอยากตามเฟิ่งจิ่วไปต่อทุกแห่งหน ต้องสนุกมากกว่าอยู่บ้านคิดบัญชีมากแน่ๆ”
สองมือของหนิงหลางเท้าคางเจ้าเนื้อ แม้เข้าสู่ระดับหลอมแก่นพลัง กลายเป็นวรยุทธ์ระดับหลอมแก่นพลังแล้ว เขาก็ไม่มีลักษณะเช่นผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกลับเหมือนเด็กน้อยแสนซน
“เฟิ่งจิ่วเคยบอกว่าจะพาพวกเรากลับไปสำนักศึกษาไม่ใช่หรือ วางใจได้ พวกเราจะอยู่กับเขาไปอีกสักพัก! อีกอย่างถึงแม้แยกย้ายกันไป ภายหน้าพวกเราก็ยังไปหาเขาได้นี่!” ลั่วเฟยกล่าวจบ ก็มองคนอื่นพลางบอกว่า “เขามาจากสำนักศึกษาหกดาราไม่ใช่หรือ พวกเรารู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะตามหาเขาไม่เจอ”
พวกเขาได้ยินเช่นนี้จึงมองลั่วเฟย เอ่ยว่า “เจ้าฝึกบำเพ็ญมากเกินไปหรือไร ลืมไปหรือว่าอีกตัวตนหนึ่งของเขาคือภูตหมอ? ตัวตนนักเรียนสำนักศึกษาหกดาราก็ไม่รู้ว่าเป็นของปลอมหรือไม่”
“เช่นนั้นพวกเราถามเขาสักหน่อยก็ได้! อยู่ด้วยกันมานานเพียงนี้ แม้แต่บ้านอยู่ที่ไหนจะไม่ยอมบอกพวกเราเชียวหรือ?”
“เรื